Archive for the ‘พัฒนาตนเอง’ Category

ทางด่วนสู่ความสำเร็จ

วันนี้ผมมีโอกาสได้อ่านหนังสือดีๆ อีกเล่มหนึ่ง ชื่อ “ทางด่วนสู่ความสำเร็จ” อ่านจบแล้วรู้สึกชอบมาก ได้มุมมองและแง่คิดดีๆ มากมาย เลยอดไม่ได้ที่จะเอามาฝากกัน โดยเฉพาะพี่ๆ น้องๆ ในทีมงานเอสเนเจอร์ของผมทุกคน อยากให้ได้อ่านกันจริงๆ จะได้ช่วยเสริม ช่วยเติม กำลังใจในการทำงานให้กันและกัน วันนี้เราทำงานเป็นทีม อย่างน้อยเราควรเรียนรู้ที่จะแบ่งปัน
และในวันนี้ ผมได้คัดลอกบทความที่ผมชอบมากบทหนึ่ง จากหนังสือเล่มนี้มาให้อ่านกัน หากอ่านจบแล้วเกิดติดใจ อยากจะอ่านต่อ ก็ลองไปหาซื้อมาอ่านกันดูนะครับ
ทางด่วนสู่ความสำเร็จ
ริมบึงใหญ่แห่งหนึ่ง แวดล้อมด้วยนักท่องเที่ยวมากมาย เพราะที่แห่งนี้มีสองหนุ่มนักตกปลาฝีมือเยี่ยม คนหนึ่งชื่อ “โจว” อีกคนชื่อ “ติง” นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาที่นี่เพราะอยากชมฝีมือการตกปลาของทั้งคู่
แม้ว่าทั้งสองจะเป็นเพื่อนซี้กัน แต่อุปนิสัยของทั้งคู่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โจวเป็นหนุ่มหน้าตาหล่อ อารมณ์ดี เปิดเผย ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และชอบทำความรู้จักกับคนทั่วไป ผิดกับติง แม้จะเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีเสน่ห์ต้องใจสาวๆ แต่ติงเป็นคนเข่งขรึม ไม่ค่อยชอบคบค้าสมาคมกับใคร เขาชื่นชอบที่จะมีความสุข นั่งตกปลาอยู่เงียบๆ คนเดียว

ทุบหม้อข้าว

“บัดเดี๋ยวนี้ … อ้าย อี เพื่อนผู้รักชาติ ข้าวปลาที่พวกเอ็งได้กินกันที่ตรงหน้านี้ จงเสพกันให้สำราญในอาหารมื้อสุดท้ายนี้ และเมื่ออิ่มหนำแล้ว จงทุบหม้อข้าว หม้อแกง แลเสบียงทั้งหลายให้สิ้น  หากการรบในพรุ่งนี้หาใช่ที่เราควรจะชนะได้  พวกเอ็งก็อย่าหวังจะหวนทางเก่าที่ร้างรกไร้ซึ่งหม้อข้าวที่แหลกคามือเราเองนี้แล้วไซร้ ก็อย่าได้ให้อ้าย อี หน้าไหน มาได้เอาไปกิน  แลหากจักมีอาหารในมื้อต่อไป ให้พวกเอ็งจักอิ่มหนำสำราญได้พร้อมกับเอกราชของชาติไทย ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้า …”
ปกติคำว่า “ทุบหม้อข้าว” ในทางธุรกิจ หมายถึงว่าเป็นการตัดทางทำมาหากิน แต่ในการศึกการสงครามคำว่า “ทุบหม้อข้าว” ซึ่งปรากฏในประวัติศาสตร์ชาติไทยนั้น มีความหมายที่ยิ่งใหญ่ไปคนละทาง กล่าวคือ
สมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งขณะนั้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองตากมีฐานันดรเป็นพระยา เมื่อได้ข่าวพม่าล้อมกรุงได้นำทัพลงมาสมทบเสริมกำลังป้องกันกรุงศรีอยุธยา คุมไพร่พลอยู่ใกล้วัดป่าแก้วหรือวัดใหญ่เพื่อป้องกันไม่ให้พม่ายกทัพเข้าเมือง  แต่สถานการณ์ภายในกองทัพเลวร้ายลงเรื่อยๆ เพราะพระเจ้าเอกทัศน์หรือมีฉายาว่า “ขุนหลวงขี้เรื้อน” มัวเมาแต่สตรีและน้ำจันท์  ข้าราชการ ทหาร ทั้งแม่ทัพนายกองและไพร่พลต่างพากันละทิ้งหน้าที่หนีเอาตัวรอดกันโกลาหลทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย

รวย สำเร็จ และสุขแบบตัน โออิชิ

หากถามว่า ความรวย ความสำเร็จ และความสุขสามารถเกิดขึ้นได้พร้อมๆ กันหรือไม่นั้น คุณตัน ภาสกรนที หรือตัน โออิชิ ถือเป็นบุคคลตัวอย่างที่สามารถสร้างความร่ำรวย ความสำเร็จ และมีความสุขได้ในขณะเดียวกัน ลองมาดูสิว่า ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในแบบฉบับของตัน ภาสกรนที
และวันนี้เราก็ได้คำตอบ โดยเฉพาะเคล็ดวิชาแห่งลูกเต๋า ที่ว่ากันว่า ถ้าเข้าใจแล้วทำอะไรได้หมด รวมทั้งพลังชีวิตที่มาจากครอบครัว ซึ่งหลายคนอาจหลงลืมไป ดังนั้นทุกวันนี้ภารกิจสำคัญที่ขาดไม่ได้ของเขาก็คือ การไปรับลูกสาวตัวน้อยจากโรงเรียนอนุบาลในช่วงบ่าย แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่สิ่งนี้เหมือนเป็นการเติมเต็มให้เขาเดินหน้าทำงานต่อไปได้อย่างไม่หยุดยั้ง
ตอนนี้ลูกๆ มีใครนิสัยเหมือนคุณตันบ้างไหมคะ
ลูกสาวเขายังเล็ก ยังเฮฮา น่ารัก ยังดูไม่ออก แต่ลูกชายอายุเจ็ดขวบย่างแปดขวบนี่อาจจะเหมือนผม คือ เขาชอบทางด้านธุรกิจ เวลาไปไหนเห็นอะไร เขาจะคอมเม้นต์ตลอด บางครั้งผมยังคิดว่านี่เป็นความคิดของเด็กเจ็ดขวบหรือ แต่ทุกคนมีดีมีด้อย ลูกชายผมให้เขาเรียนหรือเขียนหนังสือเหมือนจะไม่เอาดีทางนี้ แต่ถ้าให้วาดรูปหรือเรื่องธุรกิจจะมีแวว

สิ่งที่เรามักจะนึกเสียใจก่อนเสียชีวิต

สิ่งที่เรามักจะนึกเสียใจก่อนเสียชีวิต
ผู้เขียน : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์
นักเขียนผู้นี้เคยทำงานดูแลผู้ป่วยที่รู้ตัวว่าจะเสียชีวิต และกลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อรอวันตาย โดยเธอจะอยู่กับผู้ป่วยเหล่านี้ ในช่วงสามถึงสิบสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิต
โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เธอได้มีโอกาสพูดคุยและรับฟังความในใจของผู้ป่วยเหล่านี้ เมื่อถามถึงสิ่งที่เสียใจ หรือสิ่งใดๆ ก็ตามที่ถ้าทำได้อยากจะย้อนอดีตไปเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้น เธอพบว่ามีอยู่ห้าประเด็นที่มักจะพบในผู้ป่วยที่กำลังใกล้เสียชีวิตเป็นส่วน ใหญ่ครับ

พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา .. วีรบุรุษแห่งบันนังสตา

สอง - สามวันมานี่ นอกจากข่าวการชุมนุมของคนเสื้อแดงแล้ว ยังมีอีกข่าวหนึ่งที่มีผู้คนให้ความสนใจไม่น้อย นั่นคือ ข่าวการเสียชีวิตของ พ.ต.อ. สมเพียร เอกสมญา ซึ่งนับว่าเป็นการสูญเสียนายตำรวจฝีมือดีไปอีกหนึ่งท่าน
ผมเองก็ไม่เคยได้รับรู้ข่าวสารของ พ.ต.อ. สมเพียร เอกสมญา มาก่อน แต่เมื่อได้ดูข่าวแล้วต้องยอมรับว่า ท่านเป็นวีรบุรุษยอดคน จริงๆ
ดีใจครับ ที่บ้านเรามีคนดีๆ แบบท่าน แต่ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของท่านด้วยนะครับ ที่ต้องสูญเสียผู้นำครอบครัวอันเป็นที่รักไป แต่เชื่อเถิดครับว่า ประชาชนคนไทยอยู่ข้างท่านแน่นอน …
ผมพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับท่าน พ.ต.อ. สมเพียร เอกสมญา จากทางหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยหวังว่าจะนำมาบันทึกไว้ในบล็อก เพื่อในวันข้างหน้า คนรุ่นหลังจะ้มีโอกาสได้อ่าน และได้ทราบว่า บ้านเรา ประเทศเรา ยังมีคนดีๆ ตำรวจดีๆ ที่ยอมสละชีพเื่พื่อชาติอยู่อีกคนหนึ่ง แต่หาเท่าไรก็ไม่ถูกใจซะที จนมาเจอบทสัมภาษณ์นี้เข้า ซึ่งลงเผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ของ ศูนย์ข่าวอิศรา โต๊ะข่าวภาคใต้ ผู้เขียนเขียนไว้ได้ดีมาก (ขออนุญาตคัดลอกมาเผยแพร่ต่อนะครับ)

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

เมื่อคืนผมได้ดูรายการสุริวิภา ทางช่อง 9 โมเดิร์นไนท์ เป็นการสัมภาษณ์คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กุนซือใหญ่ ของตลาดดอทคอม (TARAD.com) คุณ แหม่มสัมภาษณ์ได้ดีมาก ดูแล้วอดไม่ได้ที่จะต้องมาหาข้อมูลของคุณภาวุธเพิ่มเติม ความจริงผมรู้จักชื่อเสียงของคุณภาวุธมานานหลายปีพอสมควร เนื่องจากผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นลูกค้าของเขา ผมเปิดร้านค้าออนไลน์ (www.siam-direct.com) และเป็นแฟรนไชส์ตัวแทนร้านค้าออนไลน์ (www.thailandintermart.com) กับตลาดดอทคอม ตลอดจนการซื้อโฆษณาผ่านแบนเนอร์
บ่อยครั้งที่ผมได้อาศัยความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์บนอินเตอร์เน็ต จากข้อมูลในบล็อกของคุณภาวุธ ทั้งอ่านเพื่อศึกษาเองและนำมาเผยแพร่ต่อให้ทีมงานได้ศึกษาหาความรู้กัน
ผมชื่นชมและ ศรัทธาในความรู้ความสามารถของคุณภาวุธมานาน แต่ก็ไม่ทราบประวัติส่วนตัวของเขามากนัก หลังจากที่ได้ฟังการสัมภาษณ์ของคุณแหม่มแล้ว ผมคิดว่าผมควรที่จะต้องหาประวัติหรือข้อมูลของคุณภาวุธมาให้ทีมงานของผมได้ อ่านกันบ้าง เพื่อที่เขาเหล่านั้นจะได้มีโอกาสศึกษาวิธีคิด วิธีการทำงาน ของคนที่ประสบความสำเร็จอีกคนหนึ่ง ซึ่งอาจจะนำไปเป็นแบบอย่างในการทำงานได้ในอนาคต

12 วิธีบอกรักให้แม่ได้ชื่นใจ

ผมเคยนำบทความนี้ลงไว้ในเว็บไซต์ snaturbysrithai.com เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2552 วันนี้ผมได้มีโอกาสเปิดอ่านบทความนี้อีกครั้ง และก็ยังรู้สึกดีเหมือนเดิม …

12 วิธีบอกรักให้แม่ได้ชื่นใจ
เมื่อพูดถึงคำว่า แม่ ความหมายนั้นลึกซึ้งมากสุดพรรณนาได้ พระคุณของแม่นั้นใหญ่ยิ่งเกินเปรียบได้ ในเทศกาลวันแม่นี้ลูกๆ ก็ลองเลือกวิธีบอกรักให้แม่ได้ชื่นใจ จะช่วยเสริมพลังชีวิตแก่ลูกๆ และเป็นการเพิ่มเติมพลังเสริมโหงวเฮ้งที่ดีมากๆ อย่างยิ่ง อีกวิธีหนึ่งด้วย อย่างน้อยก็ทำให้เรามีจิตใจที่แจ่มใสเบิกบานใจมากๆ อีกด้วย
1. โอบกอดและหอมแก้มแม่สักฟอด
ในช่วงที่กลับไปหาแม่ บอกรักแม่ด้วยการกอดแม่ และหอมแก้มแม่สักฟอดสองฟอดอย่างอบอุ่น นั่นก็คือการเพิ่มพลังชีวิตที่แม่รับรู้ได้ว่าเรารักแม่มากแค่ไหน วิธีนี้ไม่ต้องใช้เงินซื้อ และไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินเสียด้วยซ้ำไป

วิธีฝึกสมองไบรท์

ช่วงนี้อากาศร้อน บรรยากาศของบ้านเมืองก็ร้อนระอุไปด้วยความขัดแย้ง ความเครียดแผ่กระจายปกคลุมไปทุกหย่อมหญ้า ผมว่าเรามาดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ กันดีกว่า วันนี้ผมมีวิธีการฝึกสมองไบรท์มาฝากกันครับ อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ลองอ่านดูนะครับ

วิธีฝึกสมองไบรท์
1. จิบน้ำบ่อยๆ สมองประกอบด้วยน้ำ 85 เปอร์เซ็นต์
เซลล์สมองก็เหมือนต้นไม้ที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยง ถ้าไม่มีน้ำ ต้นไม้ก็เหี่ยว ถ้าไม่อยากให้เซลล์สมองเหี่ยว ซึ่งส่งผลให้การส่งข้อมูลช้า กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดไม่ค่อยออก แต่ละวันจึงควรดื่มน้ำบ่อยๆ
2. กินไขมันดี คนไม่ค่อยรู้ว่าสมองคือก้อนไขมัน
ซึ่งจำเป็นต้องมีไขมันดีไปทดแทนส่วนที่สึกหรอ แนะนำให้กินไขมันดีระหว่างวัน จำพวกน้ำมันปลา สารสกัดใบแปะก๊วย ปลาที่มีไขมันดีอย่างปลาแซลมอน นมถั่วเหลือง วิตามินรวม น้ำมันพริมโรสเป็นน้ำมันดีที่ทำให้เซลล์ชุ่มน้ำ ส่วนวิตามินซีกินแล้วสดชื่น

การสร้างนิสัยรักการอ่าน

วันนี้เป็นวันแรกที่ผมจะเขียนถึงหนังสือที่ผมได้อ่านและซื้อมาเก็บสะสมไว้ ผมเลยถือโอกาสเอาบทความเรื่อง “การสร้างนิสัยรักการอ่าน” มาลงให้อ่านกันก่อน เป็นการประเดิมครับ บทความนี้เขียนได้ดีมาก ผู้เขียนคือ คุณมงคล ตันติสุขุมาล ซึ่งเป็นผู็เขียนหนังสือชื่อ “ธุรกิจเครือข่าย จากวิธีคิด สู่วิธีทำ” ผมเองก็ซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านเช่นกัน

การสร้างนิสัยรักการอ่าน
บุคคลสำคัญในสังคม ผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตและการงาน แทบทุกคน ให้ความสำคัญกับ “การอ่าน” เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ แต่คนทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ชอบการอ่านและ อ่านหนังสือกันน้อยมาก
อยากแนะนำว่า “โอกาส” และ “ทางแก้ปัญหา” หลายๆ อย่างนั้น ได้มาจากการอ่านทั้งสิ้น ดังนั้น จึงควรมาพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรจึงจะสร้างนิสัย “รักการอ่าน” ให้เหมือนกับนิสัย “รักการเที่ยว” “รักการกิน” หรือ “รักกีฬา”

สูตรแห่งความสุข … ตำราชีวิตประจำวัน

ใครอยากมีความสุขในชีวิต เชิญทางนี้เลยครับ … อ่านแล้วต้องปฏิบัติตามด้วยนะครับ ความสุขถึงจะเกิด
สูตรแห่งความสุข … ตำราชีวิตประจำวัน By สุทธิชัย หยุ่น
พรรคพวกส่งจดหมายเวียนผ่านอีเมล์มาให้ … บอกว่าเป็น “สูตรแห่งชีวิตประจำวัน” ที่ควรจะส่งต่อไปให้คนที่เรารัก ห่วงใย และต้องการให้เขาหรือเธอมีความสุขทั้งกายและใจ …
ทำนองเดียวกันที่ชาวชีวจิตมีความห่วงหาอาทรต่อกันอย่างไม่ลดละ เพื่อนเรียกสูตรนี้ว่าเป็น Lifebook หรือเป็น “ตำราแห่งชีวิต” ซึ่งผมคิดว่าเหมาะเจาะกับเนื้อหา และคำแนะนำที่น่าสนใจยิ่ง ทั้งง่ายและตรงไปตรงมา ใครจะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ เป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล ไม่บังคับยัดเยียดกัน ไม่ต่อว่าต่อขานกัน แต่ถ้าหากมีความมุ่งมั่นจะทำอะไรให้กับชีวิตของตนเอง ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่าส่งเสริมสนับสนุน สมควรที่จะให้กำลังใจแก่กันและกันอย่างยิ่ง

บันได 5 ขั้น สู่ชีวิตใหม่ ที่มีค่าและเป็นสุข

วันนี้ผมเข้าไปอ่านบล็อกของคุณภาวุธมาครับ ตั้งใจว่าจะหาความรู้ใหม่ๆ ในการทำตลาดแบบออนไลน์ เลยบังเอิญไปเจอบทความนี้ ผมอ่านแล้วชอบ เลยขออนุญาตคุณภาวุธเอาเผยแพร่ต่อ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับท่านอื่นๆ บ้างนะครับ
บันได 5 ขั้น สู่ชีวิตใหม่ ที่มีค่าและเป็นสุข สรุปไว้ได้ดีมากๆ ลองอ่านแล้วคิดตามดูสิครับ …
บันไดขั้นที่ 1 มองตัวเองว่าดีและมีค่าทุกวัน ในแต่ละวันให้ นึกถึงความดี และความโชคดีของตนเอง เริ่มต้นด้วยการ …

ตื่นนอนตอนเช้า ให้ยิ้มกับตัวเอง และนึกว่าโชคดีที่ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว
ให้นึกถึงความดีของตนเอง ที่เคยทำมาแล้วในอดีต (ที่สามารถนึกได้ง่ายๆ) เช่น เคยทำบุญ เคยช่วยคนที่อ่อนแอกว่า เคยสงเคราะห์สัตว์ ฯลฯ คิดว่าตัวเองดี และมีคุณค่าที่ได้เคยทำสิ่งดีๆ และให้นึกซ้ำๆ จะได้เกิดความเชื่อตามที่นึกนั้น คุณก็จะเกิดความอิ่มเอิบใจ และเชื่อว่าตัวเองมีความดี ความเก่ง ตามความเป็นจริงในขณะนั้นด้วย คุณจะเกิดความอยากมีชีวิตอยู่ และสร้างสิ่งที่ดีๆ ให้กับชีวิตต่อไป และ
ต้องอวยพรตัวเองเสมอๆ อย่าแช่ง หรือตำหนิตัวเอง และอย่ารอให้คนอื่นมาชื่นชมคุณ ซึ่งมักจะไม่ได้ดั่งใจ หรือได้มาก็ไม่สมใจ

Powered by WordPress | Designed by: Virtual Server Hosting | Compare CD Rates Online, Bob Seger Tour and Registry Booster 2011