Archive for เมษายน, 2011

รวย สำเร็จ และสุขแบบตัน โออิชิ

หากถามว่า ความรวย ความสำเร็จ และความสุขสามารถเกิดขึ้นได้พร้อมๆ กันหรือไม่นั้น คุณตัน ภาสกรนที หรือตัน โออิชิ ถือเป็นบุคคลตัวอย่างที่สามารถสร้างความร่ำรวย ความสำเร็จ และมีความสุขได้ในขณะเดียวกัน ลองมาดูสิว่า ทำอย่างไรจึงจะประสบความสำเร็จในแบบฉบับของตัน ภาสกรนที
และวันนี้เราก็ได้คำตอบ โดยเฉพาะเคล็ดวิชาแห่งลูกเต๋า ที่ว่ากันว่า ถ้าเข้าใจแล้วทำอะไรได้หมด รวมทั้งพลังชีวิตที่มาจากครอบครัว ซึ่งหลายคนอาจหลงลืมไป ดังนั้นทุกวันนี้ภารกิจสำคัญที่ขาดไม่ได้ของเขาก็คือ การไปรับลูกสาวตัวน้อยจากโรงเรียนอนุบาลในช่วงบ่าย แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่สิ่งนี้เหมือนเป็นการเติมเต็มให้เขาเดินหน้าทำงานต่อไปได้อย่างไม่หยุดยั้ง
ตอนนี้ลูกๆ มีใครนิสัยเหมือนคุณตันบ้างไหมคะ
ลูกสาวเขายังเล็ก ยังเฮฮา น่ารัก ยังดูไม่ออก แต่ลูกชายอายุเจ็ดขวบย่างแปดขวบนี่อาจจะเหมือนผม คือ เขาชอบทางด้านธุรกิจ เวลาไปไหนเห็นอะไร เขาจะคอมเม้นต์ตลอด บางครั้งผมยังคิดว่านี่เป็นความคิดของเด็กเจ็ดขวบหรือ แต่ทุกคนมีดีมีด้อย ลูกชายผมให้เขาเรียนหรือเขียนหนังสือเหมือนจะไม่เอาดีทางนี้ แต่ถ้าให้วาดรูปหรือเรื่องธุรกิจจะมีแวว

ขอโอกาส

“คนเก่ง คนมีความสามารถ แต่ไม่มีโอกาส ก็ไม่มีประโยชน์”
เคยมีใครคนหนึ่งพูดประโยคนี้เอาไว้ ทุกครั้งที่ผมได้ยินคำพูดนี้ มันทำให้ผมนึกถึงเพื่อนสมัยเรียนมัธยมปลายคนหนึ่ง เขาชื่อ ‘วุฒิ’ เด็กหนุ่มร่างผอม ผิวสองสี เป็นสิวเต็มหน้า
วุฒิเป็นคนอาภัพ กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็ก อาศัยอยู่กับตายายที่มีรายได้เล็กน้อย หาเช้ากินค่ำ ด้วยอาชีพที่ไม่แน่นอน รับจ้างเขาไปทั่ว วุฒิจึงมีชีวิตอยู่อย่างขัดสน ใส่ชุดนักเรียนที่เก่า มีร่องรอยของการซ่อมแซมมากมาย มันทำให้เขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างเงียบขรึม ไม่ร่างเริงเหมือนเด็กคนอื่นๆ มีเพื่อนน้อย ดูว่าผมจะสนิทกับเขามากที่สุด
ด้วยความเป็นเพื่อน ผมจึงคอยช่วยเหลือเขามาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน หรือเรื่องเงินทอง ผมเองก็จะช่วยเท่าที่จะช่วยได้ เพราะครอบครัวผมก็ไม่ร่ำรวยอะไรนัก แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงเขามากที่สุดก็คือสภาพแวดล้อม เนื่องจากบ้านของวุฒิอยู่ในสลัมที่เต็มไปด้วยยาเสพติดและอาชญากรรม ทำให้เขามีโอกาสที่จะถูกชักจูงไปในเส้นทางที่ไม่ดีได้ง่าย

เคล็ดลับการอ่านหนังสือแบบนักคิด

พอพูดถึงการอ่านแล้วหลายคนถึงกับมีอาการ (ง่วงนอน) เพราะนิสัยไม่ชอบอ่านมาตั้งแต่เด็ก บางคนชอบอ่านเป็นบางครั้ง บางเรื่อง บางเวลา และบางอารมณ์ แต่ในขณะที่บางคนเป็น “หนอนหนังสือ” เห็นตัวอักษรที่ไหน เมื่อไหร่ พลาดไม่ได้ จะต้องขออ่านไว้ก่อน ถ้าวันไหนไม่ได้อ่านหนังสือมันเหมือนกับชีวิตขาดอะไรบางอย่างไป และพฤติกรรมการอ่านหนังสือของแต่ละคนก็มีความแตกต่างกันไปตามความชอบของแต่ละคน บางคนชอบอ่านหนังสือบนรถเมล์ บางคนชอบอ่านหนังสือก่อนนอน บางคนชอบอ่านหนังสือไปด้วยดูทีวีหรือฟังเพลงไปด้วย บางคนขาดไม่ได้ที่จะต้องอ่านหนังสือเวลาเข้าห้องน้ำ บางคนชอบอ่านหนังสือเวลาเครียด (ผมเองครับ … เทคนิคเฉพาะตัว ใครจะเอาไปใช้ก็ได้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ครับ) และมีอีกสารพัดสไตล์ในการอ่านหนังสือของแต่ละบุคคล
แต่ประเด็นสำคัญที่ผมจะพูดในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่รูปแบบการอ่าน หรือไม่ได้อยู่ที่ใครจะอ่านมากอ่านน้อย อ่านบ่อยอ่านถี่ แต่จะแนะนำเทคนิควิธีการในการอ่านหนังสืออย่างนักคิด พูดง่ายๆคืออ่านหนังสืออย่างไรจึงจะทำไห้เราได้ทั้งความรู้และพัฒนาศักยภาพทางความคิดไปในตัวด้วยนั่นเอง

ทายนิสัยจากการอ่านหนังสือ

สิ่งที่จะทำให้รู้นิสัยของคนเรานั้นมีหลายสิ่งหลาย อย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นกริยาท่าทาง งานอดิเรก หรือแม้กระทั่งความสนใจในบางสิ่งบางอย่าง ก็สามารถบ่งบอกนิสัยของคนเราได้เช่นกัน อย่างเช่นการอ่านหนังสือ ลองมาดูกันนะครับว่าจะตรงกับนิสัยของคุณบ้างหรือเปล่า ?
1. สมมุติว่าเราหยิบหนังสือมาหนึ่งเล่ม หากเราเปิดอ่านแค่คร่าวๆ โดยไม่ได้ใส่ใจที่จะอ่านรายละเอียดมากนัก แสดงว่าเป็นคนใจร้อน วู่วาม เวลาจะทำงานอะไรก็ จะไม่ค่อยละเอียดถี่ถ้วนนัก
จะให้ความสนใจแต่เรื่องหลักๆ ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า นึกอยากจะทำอะไรก็จะลงมือเลยแบบตามใจตัวเองโดยไม่คิดให้รอบคอบเสียก่อน จึงมักจะมีเรื่องให้ผิดหวังอยู่เสมอ
2. เปิดอ่านแต่เรื่องที่ตนเองสนใจ แสดงว่าเป็นคนที่มีความเป็นเด็กอยู่ในตัวสูง มักเอาแต่ใจตัวเอง นึกคิดอะไรก็ทำไปอย่างนั้น ไม่ค่อยนึกถึงจิตใจผู้อื่นเท่าใดนัก
แต่เป็นคนจิตใจดี ใจกว้าง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่ค่อยมีมนุษยสัมพันธ์เลยทำให้ไม่ค่อยมีคนกล้าเข้าใกล้ หรือกล้าเข้ามาทำความรู้จักด้วย

แค่อยากรู้ …

อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์ มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นกับชีวิตของผมอย่างมากมาย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคชะตาเล่นตลก หรือว่าผมทำผิดพลาดเอง ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า วันหนึ่ง .. คนที่ผมให้ความเคารพรัก ศรัทธา เชื่อมั่น และไว้วางใจมาตลอด จะเปลี่ยนแปลงไปได้มากมายขนาดนี้ มากเสียจนผมไม่แน่ใจว่า .. ผมกับเขา …  เรารู้จักกันจริงหรือเปล่า … ???

ขอบคุณครับ ..
TUSsanaPAK

สิ่งที่เรามักจะนึกเสียใจก่อนเสียชีวิต

สิ่งที่เรามักจะนึกเสียใจก่อนเสียชีวิต
ผู้เขียน : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์
นักเขียนผู้นี้เคยทำงานดูแลผู้ป่วยที่รู้ตัวว่าจะเสียชีวิต และกลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อรอวันตาย โดยเธอจะอยู่กับผู้ป่วยเหล่านี้ ในช่วงสามถึงสิบสองสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่ผู้ป่วยจะเสียชีวิต
โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เธอได้มีโอกาสพูดคุยและรับฟังความในใจของผู้ป่วยเหล่านี้ เมื่อถามถึงสิ่งที่เสียใจ หรือสิ่งใดๆ ก็ตามที่ถ้าทำได้อยากจะย้อนอดีตไปเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้น เธอพบว่ามีอยู่ห้าประเด็นที่มักจะพบในผู้ป่วยที่กำลังใกล้เสียชีวิตเป็นส่วน ใหญ่ครับ

Powered by WordPress | Designed by: Virtual Server Hosting | Compare CD Rates Online, Bob Seger Tour and Registry Booster 2011