เดี๋ยวนี้โลกเราร้อนมากขึ้น เรามาดูแลผิวให้ปลอดภัยจากแสงแดดกันดีกว่าไหม พอดีผมไปอ่านเจอบทความนี้จากเดลินิวส์ออนไลน์ เป็นคำแนะนำของ พญ.ธวลิดา เวชชวณิชย์ แพทย์ผิวหนัง เลเซอร์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพระรามเก้า เห็นว่ามีประโยชน์ดี เลยคัดลอกมาให้อ่านกันครับ
ท้าแดดปลอดภัยเลี่ยง “มะเร็งผิว”
ก่อนออกไปเผยผิวท้าแดดในช่วงหน้าร้อนสุดๆ ปีนี้ โดยเฉพาะหนุ่มๆ สาวๆ ที่เตรียมแพ๊คกระเป๋าพักร้อนไปเที่ยวทะเล “มุมสุขภาพ” มีข้อควรรู้เกี่ยวกับแสงแดดที่สามารถก่อให้เกิดปัญหาผิวหนังได้ โดยคำแนะนำจาก พญ.ธวลิดา เวชชวณิชย์ แพทย์ผิวหนัง เลเซอร์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพระรามเก้า บอกไว้ว่า แสงแดดที่ส่องจากดวงอาทิตย์มายังโลก มีรังสีอุลตราไวโอเลตหรือยูวี ซึ่งก็มีทั้งยูวีที่เป็นประโยชน์และให้โทษ
ยูวีในด้านที่เป็นประโยชน์นั้น เมื่อถูกคอเลสตอรอลใต้ผิวหนังจะทำปฏิกิริยาที่ทำให้ตับผลิตวิตามินดี ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ทำให้กระดูกแข็งแรง โดยช่วงเวลาที่เหมาะกับการถูกแสงแดด คือ ก่อน 9.00 น. และ หลัง 15.00 น.
ขณะที่ยูวีในด้านลบ ก่อให้เกิดปัญหาผิวพรรณ ทั้งรอยด่างดำ หมองคล้ำ ฝ้า กระ สุขภาพผิวย่ำแย่ หากรุนแรงก็อาจถึงขั้นมะเร็งผิวหนัง ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งจากการถูกแดดในช่วง 9.00 - 15.00 น บ่อยครั้ง ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ลักษณะของผิวที่แตกต่างกันในแต่ละคน
ยังมีสิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับยูวี ที่แบ่งออกเป็น ยูวีเอ ยูวีบี และยูวีซี โดยตัวที่สาดแสงลงชั้นผิวหนังได้ลึกที่สุดคือ ยูวีเอ ก่อให้เกิดรอยดำ หมองคล้ำ ผิวหน้าไม่กระจ่างใส ส่วนยูวีบี แม้จะเข้าสู่ผิวหนังได้ไม่ลึก แต่ก็อาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง และรอยไหม้
ส่วนยูวีซี โดยปกติจะไม่สามารถเข้ามายังโลก เพราะถูกป้องกันโดยโอโซน แต่ในปัจจุบัน ชั้นโอโซนถูกทำลายลงก็อาจทำให้ยูวีซีส่องเข้ามาถึงโลกได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องอันตราย
โรคของผิวที่เสื่อมเพราะแสง
ขอกล่าวถึง Photoaging ความเสื่อมสะสมของผิวจากการถูกแสงแดดที่แรงร้อนบ่อยครั้ง ทำให้เกิดปัญหาผิวพรรณ เช่น ริ้วรอยเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัย ผิวหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส
ยิ่งในช่วงหน้าร้อน ซึ่งพื้นที่ของโลกบริเวณบ้านเราหันเข้าหาดวงอาทิตย์รับแสงยูวีเต็มๆ กันอย่างนี้ หากคุณผู้อ่านไม่ดูแลผิวพรรณเสียบ้าง ระวังจะเกิดปัญหาข้างต้น โดยสามารถแยกแยะออกเป็น “มะเร็งผิวหนัง” นับว่าเป็นปัญหาผิวที่อันตรายที่สุด และจำเป็นต้องได้รับการรักษาเนื่องจากเป็นเนื้อร้าย หากปล่อยไว้มีแต่จะลุกลามไปสู่ผิวหนังบริเวณอื่นๆ แต่ก็ยังเป็นโชคดีของคนเอเชียที่มีผิวพรรณไม่ค่อยขาวเท่าไหร่ ลักษณะของผิวจึงแข็งแรงพอ ไม่เหมือนกับผิวขาวๆ ของคนเอเชียบางชาติ อย่าง จีน ญี่ปุ่น ที่ใกล้เคียงกับชาวยุโรป เจ้าของผิวขาวบอบบาง ไวต่อแสง จึงมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังมากกว่า
นอกจากนี้ยังมีปัญหา “กระเนื้อ” มักจะพบในผู้สูงอายุ ผิวที่เป็นกระเนื้อจะมีลักษณะดำและนูน แต่ไม่ใช่เนื้อร้าย ไม่รักษาก็ไม่ก่อให้เกิดอันตราย เพียงแต่ดูไม่สวยงาม ส่วนปัญหาฝ้า กระแดด ที่มีลักษณะเป็นปื้นหรือเป็นจุดสีน้ำตาล และรอยเหี่ยวย่น ก็นับรวมเป็นปัญหาผิวจากการถูกแสงแดด โดยทั้งหมดสามารถแบ่งวิธีการรักษากว้างๆ ได้ 3 แบบ คือ การใช้ยารักษา ไม่ว่าจะเป็นยากินหรือยาทา การทำพีลลิ่ง (Peeling) ลอกผิวด้วยสารเคมีหรือวิตามิน โดย 2 แบบแรก เหมาะกับการรักษาปัญหาผิวที่เกิดขึ้นกับชั้นผิวส่วนบน
ส่วนแบบสุดท้าย คือ การรักษาด้วยเลเซอร์ ซึ่งมีหลายกลุ่ม มีทั้งชนิดพลังงานต่ำ ที่รักษาแล้วไม่ทิ้งร่องรอย และชนิดพลังงานสูง ที่อาจทำให้เกิดรอยแดง หลังการรักษาสักระยะจึงจางหาย แต่ไม่ว่าจะเป็นพลังต่ำหรือสูง เลเซอร์ก็สามารถเข้าไปแก้ปัญหาผิวที่อยู่ลึกๆ ได้ โดยกลไกการรักษา เลเซอร์จะทำให้รอยดำแตกละเอียดเป็นเม็ดเล็กๆ จากนั้นเม็ดเลือดขาวก็จะเข้ามากำจัดออกไป
คำแนะในการใช้ครีมกันแดด
เพื่อการปกป้องผิวจากแสงแดด คุณผู้อ่านจึงไม่ควรละเลยการทาครีมกันแดด โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ชนิดที่ปกป้องผิวจากยูวีเอและยูวีบี สังเกตได้จากค่า PA ที่มีคุณสมบัติปกป้องผิวจากยูวีเอ ส่วนค่า SPF จะป้องกันยูวีบี
แต่ทั้งค่า PA และ SPF ต่างก็มีแยกย่อยออกเป็นหลายชนิด และความแตกต่างนั้นบ่งบอกถึงประสิทธิภาพที่ต่างกัน โดย พญ.ธวลิดา เวชชวิณิชย์ แพทย์ผิวหนัง, เลเซอร์ศัลยกรรม โรงพยาบาลพระรามเก้า จะมาช่วยไขคำตอบให้
เริ่มจากค่า PA ที่มักจะมีให้เห็น อาทิ PA+, PA++, PA+++ สำหรับความหมายของ + ที่ติดมากับค่า PA คือความสามารถปกป้องผิวจากยูวีเอ แบบเท่าตัว กล่าวคือ เครื่องหมายบวกเดียว เท่ากับการป้องกันยูวีเอ 2 เท่า เครื่องหมายบวกสองตัว คือ ปกป้อง 4 เท่า และสามบวก คือ ป้องกันยูวีเอ 8 เท่า
ส่วนค่า SPF ที่มีตัวเลขต่อท้าย อาทิ SPF10, SPF15, SPF 60 นั้น สามารถนำมาคำนวณระยะเวลาในการปกป้องผิวจากยูวีบี โดยนำตัวเลขส่วนท้ายคูณด้วย 30 ผลลัพธ์ที่ได้หมายถึงจำนวนนาทีที่ครีมกันแดดชนิดนั้นจะป้องกันยูวีบีได้ เช่น SPF10 นำ 10×30 เท่ากับ 300 นาที
อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณผู้อ่านไม่ทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวเลย เมื่อคุณต้องออกไปอยู่ในสถานที่แจ้ง แสงแดดแรงร้อน ผิวของคุณก็จะเกิดอาการแดงและคล้ำได้ภายใน 30 นาที และหากเป็นเช่นนั้นอยู่บ่อยครั้ง ผิวของคุณก็จะเผชิญกับปัญหาผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอย และแก่ก่อนวัย รุนแรงมากอาจเป็นมะเร็งผิวหนังได้
อ้างอิง : คอลัมน์ มุมสุขภาพ
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/

สินค้าแนะนำ :
Sun Block UV Magix Body Lotion
โลชั่นกันแดดเพื่อการถนอมและปกป้องผิวกาย เนื้อครีมเนียนนุ่ม บางเบา ไม่ทิ้งความมันและความเหนียวเหนอะหนะ ประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยค่า SPF 50 PA+++ จึงสามารถปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้มอบคุณค่าแห่งการบำรุงพร้อมปลอบประโลมผิวจากความแห้งกร้านด้วยสารสกัดจากแตงกวาและสารสกัดจากว่านหางจระเข้ ที่ช่วยรักษาความชุ่มชื่นของผิวไม่ให้ระเหยไปจากความร้อนในแสงแดด บำรุงผิวให้เนียนนุ่มและช่วยถอนพิษจากแสงแดด สูตร Water Resistance ทนต่อน้ำและคราบเหงื่อ อ่านต่อ >>
Sun Block UV Magix Face Cream
ครีมกันแดดเพื่อการปกป้องผิวหน้าโดยเฉพาะ สูตรแห้งเร็ว เนื้อนุ่ม บางเบา ไม่ทิ้งความมันและความเหนียวเหนอะหนะ หรือคราบขาว มอบประสิทธิภาพการปกป้องผิวหน้าจากแสงแดดด้วยค่า SPF 50 PA+++ จึงช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของผิวหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัย พร้อมปลอบประโลมผิวจากความแห้งกร้านด้วยสารสกัดจากข้าวโพด (Zea Mays Kernel Extract) และคุณค่าจากพืชพันธ์ธรรมชาติแถบเอเชีย ได้แก่ สารสกัดจากไม้ไผ่ (Bamboo extract) สารสกัดจากบัวหลวง (Lotus extract) และ สารสกัดจากบัวสาย (Water Lily Extracts) ที่บำรุงและดูแลผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื่น สูตร Water Resistance ทนต่อน้ำและคราบเหงื่อได้ อ่านต่อ >>
TUSsanaPAK




มีนาคม 14th, 2010
tussanapak 


Posted in
Tags: 






