ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

pawoot-190เมื่อคืนผมได้ดูรายการสุริวิภา ทางช่อง 9 โมเดิร์นไนท์ เป็นการสัมภาษณ์คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กุนซือใหญ่ ของตลาดดอทคอม (TARAD.com) คุณ แหม่มสัมภาษณ์ได้ดีมาก ดูแล้วอดไม่ได้ที่จะต้องมาหาข้อมูลของคุณภาวุธเพิ่มเติม ความจริงผมรู้จักชื่อเสียงของคุณภาวุธมานานหลายปีพอสมควร เนื่องจากผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นลูกค้าของเขา ผมเปิดร้านค้าออนไลน์ (www.siam-direct.com) และเป็นแฟรนไชส์ตัวแทนร้านค้าออนไลน์ (www.thailandintermart.com) กับตลาดดอทคอม ตลอดจนการซื้อโฆษณาผ่านแบนเนอร์

บ่อยครั้งที่ผมได้อาศัยความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจออนไลน์บนอินเตอร์เน็ต จากข้อมูลในบล็อกของคุณภาวุธ ทั้งอ่านเพื่อศึกษาเองและนำมาเผยแพร่ต่อให้ทีมงานได้ศึกษาหาความรู้กัน

ผมชื่นชมและ ศรัทธาในความรู้ความสามารถของคุณภาวุธมานาน แต่ก็ไม่ทราบประวัติส่วนตัวของเขามากนัก หลังจากที่ได้ฟังการสัมภาษณ์ของคุณแหม่มแล้ว ผมคิดว่าผมควรที่จะต้องหาประวัติหรือข้อมูลของคุณภาวุธมาให้ทีมงานของผมได้ อ่านกันบ้าง เพื่อที่เขาเหล่านั้นจะได้มีโอกาสศึกษาวิธีคิด วิธีการทำงาน ของคนที่ประสบความสำเร็จอีกคนหนึ่ง ซึ่งอาจจะนำไปเป็นแบบอย่างในการทำงานได้ในอนาคต

หากคุณอยากทราบ ว่า ทำไมผมถึงชื่นชมในตัวของคุณภาวุธ ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัว คุณลองอ่านประวัติของเขาดูสิครับ (คุณภาวุธเขาเขียนเอง ผมนำมาจากบล็อกของเขา www.pawoot.com ในบล็อกนี้มีความรู้ดีๆ ด้านไอทีให้คุณอ่านมากมาย) อ่านจบแล้ว คุณอาจจะรู้สึกเหมือนผมก็ได้ …

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ จบ การศึกษาปริญญาโทใบแรกจาก มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ ด้าน Internet & E-Commerce จบปริญญาโทใบทีสองที่ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยรังสิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีความถนัดในด้าน Digital technology & Marketing, E-Commerce

ในวัยเด็ก ภาวุธ เป็นคนที่ชอบเกมส์คอมพิวเตอร์ โดยคลุกคลีเล่นเกมส์มาตั้งแต่ยุคแรกๆ จนเริ่มเข้าสู่การใช้คอมพิวเตอร์

ปี 1998 :
ในระหว่างที่เรียนอยู่ที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ภาวุธได้เริ่มนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการเรียนและการออกแบบ โดยโปรเจ็กจบ (Thesis) โครงการ Hua Lum Phong Transit Mall ได้มีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการออกแบบ ซึ่งปีนั้นเป็นปีแรกที่ทางคณะฯ อนุญาตให้มีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ทำงานส่งได้ ทำให้ได้นำผลงานไปแสดงที่ งานสถาปนิก ภายในปีนั้น

ปี 1999 :
หลังจากจบการศึกษา ได้ร่วมกับเพื่อนเปิดเว็บไซต์ www.ThaiSecondhand.com ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ โดยในตอนนั้นทุกคนตั้งใจจะทำเป็น เพียงแค่งานอดิเรกสนุกๆ เท่านั้น และได้เข้าทำงานในตำแหน่ง Web Creative ของบริษัท Pantheon รับออกแบบเว็บไซต์ หลังทำอยู่ช่วงหนึ่ง ได้ลาออกมาเริ่มต้นทำเว็บไซต์ ThaiSecondhand.com อย่างจริงๆ จังๆ กับเพื่อนๆ โดยอาศัย พื้นที่ภายให้ห้องเล็กๆ ของ สำนักงานของ บริษัทของคุณอา ย่านถนนรัชดา ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ ธุรกิจดอทคอม กำลังบูมมากในต่างประเทศ และมีการเข้าซื้อเว็บไซต์ www.Sanook.com ในประเทศไทย ทำให้ธุรกิจการทำเว็บไซต์ เป็นที่หมายปองของบรรดาธุรกิจยักษ์ใหญ่ต่างๆ ในช่วงนั้นเอง ภาวุธ ได้มีโอกาสพบกับบรรดาเจ้าของธุรกิจต่างๆ มากมาย ที่สนใจจะมาซื้อเว็บไซต์และร่วมทำธุรกิจด้วย

ในช่วงนี้ก็ได้ มีโอกาสเข้าไปทำงานในกลุ่มของบริษัท ชินวัตร โดยเข้าไปทำในส่วนของอินเทอร์เน็ต บริษัท AD Venture ทำหน้าที่ Webmaster และ Business Development โดยทำหน้าที่ดูแลเว็บไซต์ด้าน B2B ของทางกลุ่มนี้ โดยในระหว่างการทำงานนี้ ภาวุธ ได้เข้าร่วมชมรม ผู้ดูแลเว็บไทย (Thai Webmaster Club) ซึ่งเป็นกลุ่มการรวมตัวของคนทำเว็บทั่วประเทศไทย โดยเริ่มเข้าไปคลุกคลีและช่วยงานชมรมอยู่อย่างเสมอมา และในปีนี้ ภาวุธ ได้เข้าศึกษาต่อปริญญาโท ทางด้าน Internet & E-Commerce ที่มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ (ABAC) โดยทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วย

ปี 2000 :
ภาวุธตัดสินใจลาออกจากบริษัทของกลุ่มชินวัตร เริ่มออกมาเปิดบริษัทเป็นของตนเอง ร่วมกับเพื่อนๆ และน้อง รวมกัน 4 คน โดยใช้ชื่อบริษัทว่า “บริษัท ตลาด ดอท คอม จำกัด” โดยตั้งอยู่ที่อาคารเดิม แต่ขยายพื้นที่เต็มหนึ่งห้อง โดยมีแนวทางในการดำเนินการธุรกิจทางด้าน E-Commerce ภายในเมืองไทย โดยในปีนั้นได้เริ่มมีการจัดสร้างเว็บไซต์ www.TARAD.com ขึ้นเพื่อเป็นตลาดกลาง (E-Marketplace) ของประเทศไทย และเพื่อเชื่อมโยงธุรกิจการค้ากับเว็บไซต์ ThaiSecondhand.com และในปีนี้ ภาวุธได้เข้าร่วมสมัครเป็นกรรมการของ ชมรมผู้ดูแลเว็บไทย และได้ผ่านการเลือกตั้งของสมาชิกชมรม และทำงานให้กับสมาคมฯ

ปี 2001 :
ภาวุธได้เข้าไปมีส่วนในการร่างและผลักดันให้ ชมรมผู้ดูแลเว็บไทย เปลี่ยนเป็น สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย เพื่อขยายรูปแบบของการทำงานของชมรมฯ และปีนี้เป็นปีที่ กลุ่มทางบริษัท โมโนเทคโนโลยี ได้เข้าร่วมทุนกับบริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด เพื่อขยายธุรกิจการให้บริการออกไป ภายหลังจากมีการเจรจาเพื่อตกลงการทำธุรกิจร่วมกันมาตลอด 1 ปี (ช่วงแรกเป็นการเจรจากับทางกลุ่ม แจ้สมิน เทเลคอม แต่ภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็นโมโนเทคโนโลยี) โดยการเข้าร่วมลงทุนนี้ทำให้บริษัทตลาดดอทคอม มีการขยายธุรกิจออกไปมากขึ้น และได้มีการย้ายบริษัทจากถนนรัชดา ไปอาคารซีมิก ทาวเวอร์ ย่านถนน อโศก สุขุมวิท

ในปีเดียวกัน ภาวุธได้เข้าร่วมทำงานกับทาง บริษัท Hutchison CAT Wireless Multimedia หรือ Hutch ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการด้านโทรคมนาคม จากทางฮ่องกง ร่วมทุนกับ การสื่อสารแห่งประเทศไทย เปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือ Brand Hutch โดยทำตำแหน่ง Assistant Manager : M-Commerce & Portal ดูแลงานด้าน Product & Service สำหรับกลุ่มธุรกิจ (Corporate) โดยงานที่บริษัทตลาดดอทคอม ให้เพื่อนในทีมเป็นคนดูแล โดยภาวุธจะดูแลจากภาพรวมของบริษัทฯ

paeoot_surivipa_14cm

ออกอากาศที่ช่อง 9 วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553 เวลา 23.00 น.

ปี 2002 :

ภาวุธได้รับเลือกให้เป็น เลขาธิการ สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย (Thai Webmaster Association) และได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของทางสมาคมฯ ไปพร้อมกับการทำงานที่ Hutch และบริษัทตลาดดอทคอม และนอกจากนี้ยังเริ่มไปเป็นวิทยากรรับเชิญ ด้าน Internet & E-Commerce ให้กับสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศ และได้เป็นอาจารย์สอนด้าน E-Marketing ให้กับสถาบัน Net Design

ปี 2003 :
ภาวุธเริ่มงานเขียนบทความ โดยเริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับการค้าบนโทรศัพท์มือถือ (M-Commerce) ให้กับหนังสือ Micro Computer และหลังจากนั้นก็เริ่มเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ Telecom Journal ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ของวงการโทรคมนาคมของไทย และปลายปี 2003 ภาวุธ ตัดสินใจลาออกจาก Hutch เพื่อกลับมาดูแลงานของ บริษัทตลาดดอทคอม ต่อ โดยเริ่มมีการปรับปรุงโครงสร้างการทำงานในบริษัทใหม่ และย้ายอาคารสำนักงานจาก ซีมิก ทาวเวอร์ ย่านอโศก มาอาคารแถวรัชดา เพื่อรอการเปิดตัวของรถไฟฟ้าใต้ดิน และเพื่อความเป็นสัดเป็นส่วนในการทำงานมากขึ้น

ปี 2004 :
ภาวุธได้เริ่มขยายการให้บริการของเว็บไซต์ ThaiSecondhad.com และ TARAD.com มากขึ้น และได้มีโอกาสเข้าร่วมทำงานและเป็นที่ปรึกษาให้กับทาง กรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับงานด้าน E-Commerce รวมถึงการเริ่มงานเขียนบทความด้าน E-Commerce และ E-Marketing มากขึ้น โดยเขียนให้กับหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ Biz Week , นิตยสาร E-Commerce และได้เริ่มเปิดเว็บไซต์ www.pawoot.com อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความงานเขียนของตัวเอง และให้ความรู้ด้าน E-marketing ไว้ภายในเว็บไซต์แห่งนี้

ปี 2005 :
ภาวุธได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับวงการ E-Commerce ในประเทศไทยมากขึ้น โดยได้รวมตัวกับกลุ่มผู้ประกอบการ E-Commerce องค์กรรัฐและเอกชน จัดตั้ง ชมรม E-Commerce ไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางของ E-Commerce ในเมืองไทย และได้รับให้เป็นประธานชมรม ภายหลังจัดตั้งชมรมได้ 4 เดือน ก็ได้ร่วมก่อตั้ง “สมาคมผู้ประกอบการ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย” และ ได้รับเลือกให้เป็น อุปนายกสมาคมฯ และในช่วงปลายปี จากเว็บบอร์ดห้องSearch Engine Marketing ในเว็บ www.Pawoot.com ได้เริ่มเป็นแหล่งรวมของผู้ที่ชื่นชอบการทำ Search Engine Marketing ภาวุธจึงได้มีการร่วมกับกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบในด้านนี้ เปิดเว็บไซต์ www.SEO.in.th โดยมีเป้าหมายให้เป็นเว็บไซต์รวมแหล่งความรู้ของการทำการตลาดโดยใช้ Search Engine Marketing แห่งแรกของเมืองไทย

ปี 2006 :
ภาวุธได้รับเลือกให้เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของผู้ว่าราชการจังหวัด กาญจนบุรี ในด้านการร่วมวางแผนยทุธศาสตร์จังหวัด และได้สอบผ่านการอบรมโครงการ พัฒนาที่ปรึกษาธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) หรือ APEC - IBIZ รุ่น 4 จัดโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ เพื่อเป็นที่ปรึกษาธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ในเมืองไทย โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือของประเทศในกลุ่ม APEC หรือกลุ่มความ ร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเซียแปซิฟิก 17 ประเทศ และเริ่มต้นการเป็นที่ปรึกษาธุรกิจเต็มรูปแบบ โดยได้รับความไว้วางใจในการเป็นที่ปรึกษาให้แก่บริษัทต่างๆ เช่น ธนาคารกสิกรไทย, บริษัท ริชมอนเด้ (บางกอก) เป็นต้น และได้ย้ายที่ทำการบริษัท ตลาดดอทคอม จากย่านลาดพร้าว มาอยู่ที่ อาคาร SM Tower บริเวณต้นถนนพหลโยธิน

และปีนี้เป็นปีที่ได้เริ่มกลุ่มธุรกิจด้านการศึกษา โดยมีการจัดทีมเพื่อมาดูด้านการศึกษาชื่อทีม TARADedu.com และ Pocket Book ด้าน E-Commerce และ E-Marketing เพื่อครอบคลุมบริการด้าน E-Commerce ให้ครบทุกด้าน ในการบริการแก่ลูกค้า ปลายปีในเดือนตุลาคม ภาวุธตัดสินใจบวช เพื่อศึกษาธรรมะ ที่วัดท่าเรือและวัดสุนัทวนาราม จังหวัดกาญจนบุรี และเป็นปีเดียวกันที่ภาวุธและกลุ่มคนที่ชื่นชอบ Search Engine Marketing รวมตัวกันตั้ง ชมรม Search Marketing ขึ้นมา เพื่อขยายองค์ความรู้ของสื่อประเภทนี้ให้เติบโตในประเทศไทยมากขึ้น

ปี 2007 :
ภาวุธได้เริ่มขยายธุรกิจออกไปมากขึ้น จำนวนพนักงานในบริษัท ตลาด ดอท คอม ขยายขึ้นเป็น 50 กว่าคน และได้ขยายธุรกิจออกไปในหลายๆ ด้าน และยังได้เป็นที่ปรึกษาของ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ โดยเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทต่างๆ ในด้าน e-Commerce และ e-Business และยังได้เขียนหนังสือ e-Commerce ออกมาเพื่อให้ความรู้ด้าน e-Commerce แก่ผู้ที่สนใจ และนอกจากนี้ยังตัดสินใจศึกษาปริญญาโทต่ออีกใบ ที่ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเสริมความรู้ด้านการบริหารจัดการ และภายในปีนี้ ภาวุธได้เปิดบริษัทอีก 2 บริษัท ในเดือนตุลาคม ตลาดดอทคอม ได้ขยายเปิดบริษัทใหม่ ชื่อ TARADnet โดยเป็นบริษัทที่เกี่ยวกับระบบ Internet Infrastructure (Hosting, Domain) ขึ้นมา เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ e-Commerce และปีนี้เองเป็นปีที่เริ่มมีการลงทุนในระบบคอมพิวเตอร์ Server หลายล้านบาท เพื่อขยายและเพิ่มศักยภาพในการให้บริการของ TARAD Dot Com และบริษัท TARADb2b.com ให้บริการด้านตลาดกลางค้าส่งแห่งแรกของเมืองไทยที่เป็นภาษาไทย และบริษัทนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก BOI อีกด้วย โดยในปีนี้ได้มีการขยายสำนักงานไปที่ อาคารเลิศปัญญา (ซอยรางน้ำ) อีกแห่ง เพื่อเป็นสำนักงานแห่งที่สอง ที่ขยายเพื่อรองรับจำนวนพนักงานที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังรวมถึงการขยายการตลาดออกไปยังต่างจังหวัดด้วย และเป็นปีที่ TARADedu.com เริ่มขยายทีม และจัดทำหนังสือด้าน eCommerce และ eMarketing ออกมาสู่ตลาดหนังสือเมืองไทยหลายเล่ม โดยได้รับความสนใจและตอบรับจากตลาดดีมาก

ในช่วงปีนี้ ภาวุธได้รับเชิญให้ไปเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะ ICT เพื่อดูงานจุลนิพนธ์ของนิสิต และยังเป็นคณะอนุกรรมการ กลุ่ม e-Commerce ของ SIPA และคณะอนุกรรมการของ สถาบันเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น และในเดือนกันยายน ภาวุธแอบเซอร์ไพรซ์ แฟนสาว โดยการ ขอแฟนแต่งงานทางออนไลน์ ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยมีสักขีพยายานนับพันคน เป็นครั้งแรกของเมืองไทย รวมถึงจัดงานแต่งงานโดยถ่ายทอดสดทางออนไลน์อีกด้วย

ปี 2008 :
เป็นปีที่ภาวุธเริ่มมีการบุกและขยายธุรกิจด้าน E-Commerce อย่างครบวงจร โดยใช้ Concept คือ “3E” ได้แก่ E-Commerce, E-Solution และ E-Education ก้าวเข้าสู่การผู้ให้บริการ E-Commerce ครบวงจรแห่งแรกของไทย หรือ “อับดุล E-Commerce” (ถามเรื่อง E-Commerce มา เราตอบได้หมด) รวมถึงการขยายบริษัทออกไปเพิ่มมากขึ้น และในปีนี้ภาวุธก็ได้เขียนหนังสือเล่มที่สองออกมา ชื่อ “รวยทางลัด กับ TARAD.com” และในปีนี้ ทีมงาน TARADedu.com ก็เริ่มมีสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของวงการหนังสือ โดยการเปิดตัวหนังสือ ด้าน E-Commerce และ E-Business 15 เล่มรวดภายในต้นปี โดยเป็นสำนักพิมพ์แห่งแรกที่เน้นด้านองค์ความรู้ประเภทนี้

ในเดือนสิงหาคม ภาวุธ ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อที่ Kellogg Business School สถาบันการศึกษาด้านการบริหารแนวหน้าของอเมริกา โดยเป็นหลักสูตรร่วมกับทางศศินทร์ และเป็นเดือนที่ทางภาวุธได้มีการซื้อหุ้นคืนจากทางกลุ่ม MONO กลับมา ทำให้ภาวุธถือหุ้น 100% ในบริษัท ตลาด ดอท คอม และปีนี้ ภาวุธได้มีโอกาสเขียนบทความให้กับนิตยสารหลายเล่ม เช่น Marketeer, SME Today, SME ชี้ช่องรวย เป็นต้น ในเดือนตุลาคม ก็ได้เริ่มมีการปรับแผนบริษัทในรูปแบบใหม่ โดยมีการปรับตลาดและการทำงานให้เปิดกว้างมากขึ้นจากเดิม

และเริ่มขยาย สาขาของ TARAD.com ออกไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า SMEs ที่อยู่ทางภาคเหนือ และขยาย E-Commerce ให้กระจายออกไปยังจังหวัดอื่นๆ นอกเหนือจากกรุงเทพฯ

ปี 2009 :
เป็นการเริ่มต้นปีที่ TARAD.com มีการปรับปรุงแผนงานของบริษัทใหม่ภายใต้ concept 3Es แต่ปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น โดยได้เปิดตัว TARAD.com version ใหม่ (Version 3) ในเดือนมกราคม ภาวุธได้รับเชิญไปเป็นที่ปรึกษาโครงการ Feedback Score ของกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ ในเดือนกุมภาพันธ์ ภาวุธได้เขียนหนังสือ “E-Marketing เจาะเทคนิคการตลาดออนไลน์” ในปลายเดือนกันยายน ภาวุธได้นำบริษัท TARAD Dot Com ร่วมทุนกับ บริษัท Rakuten (www.Rakuten.co.jp) เว็บไซต์ E-Commerce อันดับ 1 ของญี่ปุ่น และเว็บไซต์ใหญ่อันดับ 8 ของโลก เพื่อเพิ่มศักยภาพ E-Commerce ของไทยให้เติบโตมากขึ้น พร้อมกับประกาศว่า “จะขอปฏิวัติวงการ E-Commerce ของไทย” และได้แยกอีกบริษัทหนึ่งชื่อ TARAD Solution ออกมาทำงานด้าน Digital Media and Strategy และการพัฒนาโปรเจ็กเว็บไซต์ และเป็นปีที่ได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรด้าน E-Marketing หรือการตลาดออนไลน์ให้กับสถาบันและองค์กรต่างๆ เป็นอย่างมาก รวมถึงยังได้เข้าร่วมทำงานในคณะทำงานจัดทำข้อเสนอแนะอันเกี่ยวกับธุรกรรม อิเล็กทรอนิกส์ ในคณะอนุกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศของวุฒิสภา และเดือนธันวาคมปีนี้ก็ได้มีโอกาสไปเป็นอาจารย์หลักสูตรด้าน Digital Marketing ที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

ปีนี้เองเป็นปีที่ภาวุธมีความสุขอย่างมาก เพราะมีบุตรคนแรก (น้องเป็ป) ในวันที่ 9 เมษายน (ถ่ายทอดสดตอนลูกออกมาลืมตาดูโลกครั้งแรก) และสำเร็จการศึกษาปริญญาโทใบที่ 2 จากสถาบัน ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์ ในเดือนกรกฏาคม และเป็นปีที่ใช้ Twitter เป็นเครื่องมือสื่อสารอย่างจริงๆ จังๆ และศึกษาด้าน Social Network Marketing เพื่อนำมาใช้กับธุรกิจอย่างเต็มที่

ปี 2010 :
ปีนี้ TARAD.com ได้ย้ายสำนักงานจากตึก SM Tower ตรงสนามเป้า ย้ายมายังอาคารของตัวเอง “อาคาร ตลาด ดอท คอม” ตั้งอยู่ที่ ซ.รัชดาภิเษก 26 เป็นอาคารสูง 6 ชั้น ของตัวเอง

ที่มา : http://www.pawoot.com/who_is_pawoot

pan-57pix-cicle-ok2ขอบคุณครับ ..

TUSsanaPAK

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

Powered by WP Hashcash

Powered by WordPress | Designed by: Virtual Server Hosting | Compare CD Rates Online, Bob Seger Tour and Registry Booster 2011