การสร้างนิสัยรักการอ่าน

book-02-190

วันนี้เป็นวันแรกที่ผมจะเขียนถึงหนังสือที่ผมได้อ่านและซื้อมาเก็บสะสมไว้ ผมเลยถือโอกาสเอาบทความเรื่อง “การสร้างนิสัยรักการอ่าน” มาลงให้อ่านกันก่อน เป็นการประเดิมครับ บทความนี้เขียนได้ดีมาก ผู้เขียนคือ คุณมงคล ตันติสุขุมาล ซึ่งเป็นผู็เขียนหนังสือชื่อ “ธุรกิจเครือข่าย จากวิธีคิด สู่วิธีทำ” ผมเองก็ซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านเช่นกัน


การสร้างนิสัยรักการอ่าน

บุคคลสำคัญในสังคม ผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตและการงาน แทบทุกคน ให้ความสำคัญกับ “การอ่าน” เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ แต่คนทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ชอบการอ่านและ อ่านหนังสือกันน้อยมาก

อยากแนะนำว่า “โอกาส” และ “ทางแก้ปัญหา” หลายๆ อย่างนั้น ได้มาจากการอ่านทั้งสิ้น ดังนั้น จึงควรมาพูดคุยกันว่าจะทำอย่างไรจึงจะสร้างนิสัย “รักการอ่าน” ให้เหมือนกับนิสัย “รักการเที่ยว” “รักการกิน” หรือ “รักกีฬา”

เทคนิคการสร้างนิสัยรักการอ่าน ขอแนะนำเป็นข้อๆไป ดังนี้

1. เริ่มจากการหาหนังสือ วารสาร นิตยสาร สิ่งพิมพ์ ในประเภทที่ตนเองชอบหรือสนใจมาเป็นตัวเริ่มต้น เช่น นิตยสารดารา นวนิยายเด็ก หนังสือพิมพ์ วารสารท่องเที่ยว นิตยสารกีฬา เป็นต้น รวมถึงเว็บไซต์ข้อมูลหรือบทความต่างๆ ที่มีเนื้อหาที่ตนสนใจ เพราะหากเราเริ่มจากสิ่งที่ตนเองรักชอบเป็นพิเศษ จะทำให้อยากอ่าน และทนอ่านได้นาน

2. เมื่อเริ่มต้นฝึกนิสัยการอ่าน จะพบว่าตนเองอ่านได้ไม่เร็วนัก เนื่องจากขาดการฝึกฝนมานาน บางคนอ่านย้อนไปย้อนมา หรืออ่านเป็นคำๆ ทำให้อ่านได้ช้า แต่เมื่ออ่านสิ่งที่ตนสนใจบ่อยๆ ก็จะทำให้สามารถอ่านได้คล่องขึ้นและเร็วขึ้น ทักษะด้านการอ่านเร็วนั้น ต้องค่อยๆพัฒนาจากการอ่านบ่อยๆ โดยฝึกตนเองให้อ่านทีละประโยค ไม่ใช่ทีละคำ และอ่านรวดเดียวจนจบย่อหน้า อย่าอ่านย้อนประโยคไปมา เมื่ออ่านจบย่อหน้า หากไม่เข้าใจค่อยย้อนมาอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นย่อหน้ารวดเดียวจนจบซ้ำอีกครั้ง จึงจะได้ความคิดรวบยอดของย่อหน้านั้น

3. เมื่ออ่านหนังสือประเภทที่ตนชอบจนเริ่มคล่องแล้ว ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็มักชอบอ่านหนังสือแนวบันเทิง ก็ขยับขยายมาเป็นหนังสือแนวอื่นที่อาจเป็นแนวสาระมากขึ้น แต่ยังเป็นสาระที่ตนเองสนใจเป็นการส่วนตัวอยู่ เช่น คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี การเงินส่วนบุคคล จิตวิทยาการพัฒนาตนเอง เป็นต้น เพราะหนังสือแนวนี้จะช่วยพัฒนาความรู้ความคิดให้แก่ผู้อ่านได้มาก

4. ค่อยๆ อ่านวันละเล็กละน้อยก่อนนอน เช่น อ่านเป็นเวลา 15 -30 นาที ก่อนนอนทุกคืน จนติดเป็นนิสัย เหมือนการแปรงฟัน อาบน้ำ ก่อนนอน คือ ต้องอ่านหนังสือก่อนนอน มิฉะนั้นจะรู้สึกว่าลืมทำอะไรไปสักอย่าง แสดงว่าท่านเริ่มติดการอ่านแล้ว

5. พัฒนานิสัยรักการอ่านมาสู่จุดที่มีหนังสือติดตัว ติดรถ หรือติดกระเป๋า ไว้ตลอดเวลา เมื่อไหร่ที่มีเวลาว่าง หรือกำลังนั่งรออะไรก็ตาม ก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านทุกครั้งไป เป็นการฆ่าเวลา และได้ความรู้ไปด้วย ทำให้ไม่ต้องห่วงว่าไม่ว่าง ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ เหมือนกับข้ออ้างของคนส่วนใหญ่ เพราะคุณสามารถอ่านได้ทุกช่วงเวลาสั้นๆ ที่มี

6. หลังจากได้อ่านหนังสือที่ตนเองสนใจเป็นหลักได้ระยะหนึ่งแล้ว ก็ลองอ่านหนังสือแนวอื่น เพื่อขยายขอบเขตความรู้ของตนเองให้กว้างขวางยิ่งๆ ขึ้นไป เช่น หากชอบอ่านหนังสือแนวจิตวิทยา ก็ลองอ่านหนังสือแนวบริหารการเงินดูบ้าง หรือหนังสือการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยี เป็นต้น

7. ทุกครั้งที่อ่านหนังสือจบ ควรต้องทบทวนดูสารบัญอีกรอบ เพื่อให้เกิดความคิดรวบยอดว่า โดยรวมแล้วหนังสือเล่มนั้นพูดถึงเรื่องอะไรบ้าง และที่สำคัญที่สุดคือ มีประเด็นใดบ้างที่เราได้เรียนรู้จากหนังสือเล่มนั้น จากที่ไม่เคยรู้มาก่อน หรือไม่เคยให้ความสำคัญกับประเด็นนั้นมาก่อน และจะนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร เอาซัก 1-2 เรื่องก่อนก็เพียงพอแล้ว เพราะ … บางแนวคิดในหนังสือดีๆ เพียง 1-2 เรื่อง ก็อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้อ่านบางคนไปได้ตลอดไปเลยทีเดียว อีกทั้งความรู้สึก “ปิติ” มีความสุขที่ได้ “รู้” หรือเกิด “ปัญญา” ขึ้นจากการอ่าน อีกทั้งยังนำไปปฏิบัติให้เกิดผลได้ในเรื่องใหม่ๆ ก็จะยิ่งทำให้มีแรงบัลดาลใจให้อยากอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนติดนิสัย “รักการอ่าน” ในที่สุด

book_20-3008. ทดลองนำความรู้ที่ได้รับจากหนังสือ ไปปฏิบัติดูในชีวิตประจำวัน เช่น หากอ่านเทคนิคการทำกับข้าว ก็ลองนำบางเมนูอาหารไปทำจริงๆ ดู หากอ่านเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ก็ลองนำไปทำกับคอมพิวเตอร์จริงๆ หากอ่านเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคล ก็นำไปใช้บริหารการเงินของตนเองจริงๆ หากอ่านเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว ก็ลองหาโอกาสไปเที่ยวสถานที่นั้นๆ ดู หากอ่านเกี่ยวกับการนังสมาธิ ก็นำไปฝึกนั่งสมาธิเอง หากอ่านเกี่ยวกับการออกกำลังกาย ก็เริ่มออกกำลังกายตามคำแนะนำในหนังสือดู เหล่านี้เป็นตัวอย่างของการนำความรู้ไปปฏิบัติจริง จะทำให้ท่านรู้สึกสนุกกับการอ่านมากขึ้น เพราะรู้สึกว่าอ่านแล้วได้นำไปใช้จริง

9. เมื่อเกิดปัญหาใดๆ ขึ้นในชีวิต ให้เริ่มต้นจากการเข้าร้านหนังสือ เข้าห้องสมุด หรือเข้าอินเตอร์เน็ต ค้นหาดูซิว่ามีใครเคยเขียนเกี่ยวกับปัญหาเดียวกับที่เรากำลังพบเจอมาก่อน หรือไม่ หากพบก็ “อ่าน” มันซะ เพื่อดูว่าเขามีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร จัดการกับปัญหาให้ลุล่วงได้อย่างไร เพื่อเราจะได้นำไปประยุกต์ใช้บ้าง และในหลายๆ ครั้ง ท่านจะพบว่าปัญหาเกือบทุกปัญหาที่คนทั่วไปพบอยู่นั้น เคยมีคนอื่นพบเจอแบบเดียวกันมาแล้ว และเขาหาทางแก้ไขปัญหาได้แล้ว อีกทั้งยังได้เขียนวิธีแก้ปัญหาเอาไว้แล้ว เพียงแต่เรายอมค้นคว้าหา “อ่าน” แค่นั้นเอง ปัญหาที่เผชิญอยู่ก็จะถูกแก้ไปได้อย่างง่ายดาย โดยอาศัยภูมิปัญญาของผู้อื่น ทำให้ไม่ต้องลองผิดลองถูกเองมากเกินไป หรือมัวแต่มานั่งกลุ้มใจกับปัญหาที่ตนเองแก้ไขไม่ตก แต่คนอื่นแก้ตกไปนานแล้ว อีกต่อไป

ผู้เขียน : มงคล ตันติสุขุมาล

ที่มา : วิชาการ.คอม (http://www.vcharkarn.com/)

00-pan-57pix-cicle-ok5ขอบคุณครับ ..

TUSsanaPAK

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply

Powered by WP Hashcash

Powered by WordPress | Designed by: Virtual Server Hosting | Compare CD Rates Online, Bob Seger Tour and Registry Booster 2011