
ประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ ผู้เขียนหนังสือ ?แกะดำทำธุรกิจ?
จงมองเรื่องธรรมดาแบบไม่ธรรมดา ? จุดเริ่มต้นของการคิดอย่างสร้างสรรค์
สาระจากการบรรยายในหัวข้อ ?แกะดำทำธุรกิจ? โดยคุณประเสริฐ เอี่ยมรุ่งโรจน์ นักคิด นักทำ ที่อดีตเคยเป็นแกะขาวในบริษัทโฆษณา แต่วันหนึ่งเขาเลือกที่จะเปลี่ยนสีตัวเองเป็นแกะดำ โดยการลาออกและเปิดบริษัทของตนเองขึ้น เพื่อนำเสนอความแตกต่างทั้งต่อธุรกิจและการใช้ชีวิตส่วนตัว
อิทธิพลที่ทำให้คุณประเสริฐอยากเป็นแกะดำ เกิดจากความเชื่อส่วนตัว เขาเรียกมันว่า ?Fair Process? ? Life is unfair, but process can be fair เขาพูดเปรียบเปรยถึงลักษณะชีวิตการทำงานของคนในองค์กรรัฐ ที่ไม่ว่าใครจะทำดี ทำห่วย ทำมาก ทำน้อย ท้ายสุดก็แบ่งผลประโยชน์กันไปตามน้ำคนละนิดคนละหน่อย (อันนี้คือ Life is unfair) แต่สำหรับกระบวนการที่ยุติธรรม (Process can be fair) โมเดลควรจะเป็นแบบ ทำดีได้ดี ทำไม่ดีก็ไม่ได้ นี่คือ แรงผลักดันให้คนมีความคิดที่แตกต่าง ได้ลักษณะของแกะดำตามธรรมชาติ
- มีความเป็นผู้นำ แต่ต้องนำแบบมีคุณธรรม มีจริยธรรมด้วย
- ต้องการความเป็นเลิศ ต้องมีความหลงใหลใฝ่ฝันในสิ่งที่ทำ คิดอยู่เสมอว่ายังทำได้ไม่ดีพอ
- รู้สมดุลในชีวิต มนุษย์ในสังคมมีหมวกหลายใบ เป็นผู้นำองค์กร เป็นพ่อของลูก เป็นลูกของพ่อ เป็นผู้รู้ เป็นผู้เรียน ในแต่ละช่วงเวลาหมวกแต่ละใบอาจเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน
- คิดต่าง จริงอยู่ที่การอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคีทำให้มนุษย์มีความสุข แต่กระนั้นก็ตาม ความคิดที่แตกต่างไม่ควรทำให้ใครกลายเป็นคนนอกคอก ทุกสังคมควรมีคนที่เป็น Change Agent (หรือพลังสร้างความเปลี่ยนแปลง) อาทิ นายดาบตำรวจวิชัย สุริยุทธ ที่ปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้น ในภาคอีสาน ได้ในเวลาไม่กี่ปี
- มีความเป็นปัจเจก รักอิสระในการใช้ชีวิต รักเสรีภาพที่จะอ่านและเรียนรู้
- รู้จักตัวเอง ปัจเจกชนมักเลือกอยู่ในสังคมที่ให้แรงบันดาลใจ เอื้อต่อการทำความเข้าใจตนเอง และสร้างตัวตนขึ้นได้
อยากเป็นแกะดำต้องทำอย่างไร ?
- ชอบสังเกตุ ยกตัวอย่างเช่น ถามตัวเองว่าสิ่งที่เราเห็นเวลาขับรถเข้าที่จอดรถคืออะไรบ้าง เช่น เจอ ร.ป.ภ. ตาเบ๊ะ ตามมาด้วยบัตรจอดรถ การบันทึกเวลา หรือการเก็บค่าจอดรถ เป็นต้น
- ช่างสงสัย ต้องกล้าตั้งคำถาม โลกทัศน์ที่กว้างสำคัญต่อธุรกิจและชีวิตที่มีความสุข
- กล้าปฏิเสธ ยกตัวอย่างเช่น มินิบาร์ในห้องพักโรงแรมที่อัพราคาแพงกว่าปกติ โรงแรมทุกแห่งทำแบบนี้เหมือนกันจนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ แกะดำต้องกล้าปฏิเสธ คิดใหม่ทำใหม่ได้
- รักความท้าทาย อย่ากลัวที่จะเสี่ยง ถ้ามันเป็นความเสี่ยงที่ผ่านการคิดคำนวณแล้ว (ไม่ใช่ Open Risk)
- คิดไม่เป็นเส้นตรง เดินออกนอกเส้นไปบ้างก็ได้ แต่ต้องมั่นใจว่าเรายังคงมุ่งสู่เป้าหมายเดิม
- คิดอย่างสร้างสรรค์ ใช้ความสร้างสรรค์เป็นตัวนำ ให้ตรรกะและเหตุผลเป็นตัวตาม เราสามารถนำองค์ความรู้ในบริบท หนึ่งไปประยุกต์ใช้กับบริบทอื่นได้ ยกตัวอย่างเช่น เพลง Eight Days A week ของวง The Beatle เกิดขึ้นจากตอนที่ Paul McCartney กับ John Lennon ขึ้นแท็กซี่ที่ New York แล้วเจอรถติด พวกเขาถามคนขับว่ามันเป็นแบบนี้บ่อยมั้ย คำตอบที่ได้คือ ?8 days a week? ประโยคเด็ดนี้ก็คือที่มาของเพลงฮิตดังกล่าว
เทคนิคการคิดอย่างสร้างสรรค์
- มองสิ่งที่คุ้นเคยให้เป็นเรื่องไม่ปกติ
- ประมวลผลข้อมูล วิเคราะห์ ตีความ
- อย่ามีอคติ อคติเกิดจากระบบการศึกษาของไทย ที่สอนให้เชื่อธรรมเนียมประเพณีแบบไม่มีเหตุผล
- ลืมสิ่งที่เรียนหรือรู้มา จงเรียนให้รู้ เปิดรับสิ่งใหม่ที่ดีๆ พยายามลืมของเก่าที่ไม่จำเป็นไปบ้าง
- ไม่ใส่ใจข้อจำกัด
- เปิดตากว้าง และสังเกตจนเป็นนิสัย ปลูกฝังนิสัยการจดบันทึก สร้างองค์ความรู้ของตัวเอง
- ไม่ใช้สูตรตายตัว ให้สังเกตว่าช่วง Improvisation คือช่วงจังหวะที่ดีที่สุดของดนตรีแจ๊ซ
- คิดต่างให้เป็นนิสัย พฤติกรรมมนุษย์มักทำอะไรเป็น pattern ซึ่งจริงๆ เป็นอันตรายต่อความสร้างสรรค์ แต่ถ้าเราฝึกคิดให้แตกต่างได้ทุกๆ วัน มันก็จะกลายเป็นข้อดี
- ผสานจินตนาการกับเหตุผล Use lateral logic because vertical logic is not applicable for creativity ให้หัดคิดแบบเอียงๆ เพื่อเลี่ยงข้อจำกัด จงอย่าคิดเป็นเส้นตรงเสมอไป เช่น ถ้าอยากเปิดบริษัทเองก็เอาเลย คิดเสียว่าถ้าทำไม่รอดก็กลับไปเป็นลูกจ้างได้
พฤติกรรมแกะดำในการทำธุรกิจ กระบวนการเติบโตแบบกบกระโดดของแกะดำมี 4 ขั้นตอน
- ลูกค้าคือหัวใจของธุรกิจ
- หาจุดอ่อนในธุรกิจแล้วนำเสนอสิ่งใหม่ หา convention ของธุรกิจแกะขาว (convention = สิ่งที่ทำตามๆ กันโดยไม่มีเหตุผล)
- ออกแบบโมเดลธุรกิจในรูปแบบของแกะดำให้เข้ากับผู้บริโภค รับฟังปัญหาแล้วเอามาแก้ไขในธุรกิจของเรา ง่ายที่สุดคือสวนทางกับ convention เช่น อู่ซ่อมรถที่เปิดให้บริการวันเสาร์-อาทิตย์
- สร้างความเป็นเลิศในการส่งมอบงาน บริการต้องครบถ้วน
พฤติกรรมแกะดำในการใช้ชีวิตส่วนตัว ?How to? ของการมีความสุขแบบยั่งยืนและเป็นตัวของตัวเอง
- ค้นหาจิตวิญญาณ หาความเป็นตัวเอง เราชอบหรือไม่ชอบอะไร
- บริหารจัดการชีวิตให้ดี ถ้าฝึกฝนและทำสม่ำเสมอได้ ชีวิตก็จะมีความสุข
- เป็นนายของเวลา ต้องรู้ว่าเราอยากทำอะไร วางแผนล่วงหน้า แล้วชีวิตจะไม่เดือดร้อน
- คิดแล้วทำเลย เราจะมีเวลาเหลือ ได้พบปะผู้คน ได้มีเวลาเป็นส่วนตัว
- แก้ปัญหาทีละเรื่อง ปัญหาไม่เคยหมดไปจากโลก ฉะนั้นทำทีละอย่างจะได้คำตอบที่ดีที่สุด
- ทำตัวเรียบง่าย ถ้าไม่สนใจพิธีรีตองเกินไป เราก็ไม่สร้างภาระให้ชีวิต
- ทำดีต่อตัวเอง
- เติมอาหารสมองทุกวัน หมั่นหาความรู้ใส่สมองตัวเองก่อน
- รักษาสุขภาพ ฟังเสียงเตือนจากร่างกายบ้าง
- คิดแบบนักสุขนิยม ซึ่งไม่ได้หมายถึงแต่การชอบเสพสุข แต่หมายรวมถึงการเปิดตัวเองกับหลายๆ เรื่องในชีวิต ยินดีที่จะลองของใหม่ที่ไม่คุ้นเคย
- ให้เวลาว่างกับชีวิต ความว่างคือความสุขอย่างหนึ่ง
- ทำดีต่อผู้อื่น
- ใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่น
- ทำดีกับคนที่สมควร โดยไม่มีเงื่อนไข ไม่หวังผล ไม่คิดในกรอบผลประโยชน์ และจงทำให้เสมอต้นเสมอปลาย
- คบคนชั่วชีวิต ถ้าเจอคนดีจงสร้างสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น ดีต่อกัน ช่วยเหลือกัน ไม่เอาเปรียบกัน
ความสามารถแบบแกะดำ หากเราสามารถรับเอาความเป็นแกะดำไว้ในจิตวิญญาณได้แล้ว เราจะเป็นคนที่
- ร่ำรวยสามัญสำนึก (common-sense)
- เห็นเรื่องต่างๆ เป็นภาพใหญ่
- คาดเดาอนาคตได้แม่นยำ
- คิดได้ด้วยสมองทั้ง 2 ข้าง สมองซ้ายคือ ตรรกะ มุ่งรายละเอียด ข้อเท็จจริง อยู่ในอดีตและปัจจุบัน สร้างยุทธศาสตร์ คำพูด และมองหาความปลอดภัย ส่วนสมองขวาคือ ความรู้สึก คิดเป็นภาพ จินตนาการ อยู่ในปัจจุบันและอนาคต เสนอความเป็นไปได้ และชอบความเสี่ยง แต่จงจำไว้เสมอว่าการฝึกฝนเท่านั้น จะช่วยให้เราใช้สมองขวานำพาความคิดได้มากขึ้น
วิธีคิดแบบแกะดำมีประโยชน์กับใคร ?
- มนุษย์ทุกคนที่มีสมองและต้องการพัฒนาตนเอง ถามตัวเองดูว่า ?When was the last time that I do thing for the first time ? คำตอบที่ได้ทำให้คุณรู้สึกอย่างไร แล้วคุณอยากจะทำอะไรกับมัน
- SME พันธุ์ใหม่ SME จะไปได้ดี ต้องไม่ทำธุรกิจในบริบทของผู้ประกอบการรายใหญ่ หากแต่ต้องรักการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำพาสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในตลาด เล็กกว่าไม่ได้แปลว่าด้อยกว่าเสมอไป
คุณประเสริฐแนะในช่วงท้ายว่า ธรรมชาติของมนุษย์นั้นเหมือนน้ำที่มักไหลเข้าหาที่ต่ำ (ความง่าย) แต่การเป็นแกะดำต้องใช้แรงต้านและความกล้าหาญ (ก็คือความแตกต่าง) ซึ่งแม้จะเป็นคนส่วนน้อยในสังคม แต่แกะดำก็จะมีที่อยูู่ของมันเสมอ ที่สำคัญคือ ต้องหาพรรคพวกเพื่อนฝูงคอเดียวกัน ที่เดินไปด้วยกันด้วยความจริงใจได้
ช่วง Q & A หลังการบรรยาย (คุณประเสริฐตอบข้อซักถาม)
Q : อยากทราบว่าเราจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไรในสภาวะสังคมแกะขาว
A : ผมว่าสังคมมันก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ผมก็อยู่แบบนี้มาตั้งแต่เด็ก แค่รอเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น อย่างตอนเด็กผมเรียนแบบท่องจำลูกเดียว แถมเรียนไม่เก่ง วิชาวาดรูปก็ตก วิชาท่องจำก็แค่พอเอาตัวรอด ชีวิตผมเป็นทางตีบมาตลอด แต่ก็ต้องอดทน เอาตัวให้รอดแบบนับวันถอยหลังครับ รอวันที่จะได้รู้จักกับตัวเอง ซึ่งก็คือวันที่ผมเปิดไพ่มาเป็น A
Q : วิชาชีพของผมคือเรื่องการแพทย์ ซึ่งต้องใช้สมองซ้ายมากๆ เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด คุณคิดอย่างไรกับระบบการแพทย์ที่ผู้คนมักเป็นแต่แกะขาวกันหมด
A : ขออนุญาตตอบไม่ตรงคำถาม ผมเคยถามเพื่อนที่เป็นหมอสูติว่าผ่าตัดทั้งวันไม่เบื่อบ้างหรือ เพื่อนตอบว่ามีความสุขมากเลย แถมทำได้ดีขึ้นทุกวัน ? คือผมว่าไม่ว่าคุณจะขายขนมครก หรือจะบริหารประเทศ ทุกคนก็ต้องใช้การพัฒนาทั้งนั้น ต้องคิดจะทำให้ทุกๆ วันมันดีกว่าเดิม คิดใหม่ทำใหม่ไปเรื่อย พัฒนาการจะเกิดขึ้นจากตรงนั้น ห้ามใช้ชีวิตแบบ Auto Pilot เพราะผมมั่นใจว่าทุกวิชาชีพมีพัฒนาการ
Q : จะเริ่มฝึกการใช้สมองซีกขวาอย่างไร ?
A : อันนี้เป็นคำถามพบบ่อย ส่วนตัวผมไม่ชอบหนังสือ How to เพราะด้วยความที่คนเราไม่เหมือนกัน ฉะนั้นจะใช้สูตรเหมือนกันไม่ได้ และทุกคนก็ไม่ควรเป็นเหมือนผมด้วย แต่ผมเชื่อว่าความแร้นแค้นคือทรัพยากรครับ
ที่มา : http://www.tcdcconnect.com/
February 16th, 2009




มกราคม 31st, 2010
tussanapak
Posted in
Tags: 






