หัวใจของเราประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อและมีเส้นเลือดชื่อ Coronary artery นำเอาเลือดและออกซิเจนมาสู่หัวใจ หากมีลิ่มเลือดมาอุดเส้นเลือดจะทำให้หัวใจขาดเลือด และออกซิเจนซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย
โรคหลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจตีบหรือที่เรียกว่า Coronary artery disease เป็นโรคหัวใจที่พบมากเป็นอันดับหนึ่งทั่วโลกและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในอันดับต้นของประเทศที่เจริญแล้ว และประเทศกำลังพัฒนารวมทั้งประเทศไทย
อุบัติการณ์
องค์การอนามัยโลกได้ประเมินว่าแต่ละปีจะมีผู้ที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดปีละ 17 ล้านคน โดยเฉพาะโรคหัวใจ โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญคือ
•การสูบบุหรี่ พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่จะมีอัตราการเกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้สูบบุหรี่อาจจะสูบเองหรือคนใกล้ชิดสูบบุหรี่ก็ทำให้เกิดโรคนี้ได้เร็วขึ้น
•โรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่มีความดันโลหิตมากกว่า 110/75 มิลิเมตรปรอท ผนังหลอดเลือดแดงจะรับแรงกระแทกซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแดงตีบและแข็ง
•ไขมันในเลือดสูง
•โรคเบาหวาน
•โรคอ้วน
•การขาดการออกกำลังกาย
•ความเครียดและความโกรธ จะทำให้เกิดหลอดเลือดตีบเร็วขึ้นซึ่งอาจจะมาจากการที่รับประทานอาหารมากขึ้นหรือสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น
•การดื่มสุรามากเกินไป แม้ว่าดื่มสุราปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยลดอุบัติการของการเกิดหลอดเลือดตีบ แต่การดื่มมากเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดแดงตีบเนื่องจากความดันโลหิตและไขมัน triglyceride ที่เพิ่มขึ้น
ผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดจำแนกออกได้ดังนี้
1.เสียชีวิตจากโรคหัวใจปีละประมณ 7.2 ล้านคน
2.เียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองปีละ 5.5 ล้านคน
3.จากโรหัวใจอื่นๆ 2.4 ล้านคน
4.โรคหัวใจที่เกิดจากความดันโลหิตสูง 9 แสนคน
5.การอักเสบของหัวใจ 4 แสนคน
6.โรคหัวใจ Rheumativ 3 แสนคน
อัตราการเสียชีวิตของโรคหัวใจขึ้นกับหลายๆปัจจัย ประเทศที่อายุเฉลี่ยต่ำจะมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้ต่ำ ประเทศที่มีไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ประเทศเหล่านี้จะมีอัตราการเสียชีวิตสูงโดยเชื่อว่าโรคเหล่านี้เกิดจากกรรมพันธ์
อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดในอเมริกาและประเทศทางยุโรปมีแนวโน้มลดลง แต่ประเทศกำลังพัฒนาพบว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดปีละ10000-90000 คน
ประเทศซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตลดลงได้แก่
•Greece
•Portugal
•USA ลดลงร้อยละ 30
•Netherlands ลดลงร้อยละ 35
•Sweden ลดลงร้อยละ 40
•Luxembourg ลดลงร้อยละ 30
•Australia ลดลงร้อยละ 45
•Denmark ลดลงร้อยละ 47
ประเทศที่อัตราการเสียชีวิตลดลงเนื่องจากมีการรณรงค์เรื่องการสูบบุหรี่ การควบคุมความเสี่ยงต่างๆ การเฝ้าระวังอาการที่เริ่มเป็น และการรักษาที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ
เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจมีเส้นใหญ่ 2 เส้นคือ
1.Rigrt coronary artery
2.Left main coronary artery ซึ่งจะแตกออกเป็นสองแขนงได้แก่
•Left anterior ascending
•circumflex artery
กลไกการเกิดโรค
ชนิดของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
อาการของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบเป็นอย่างไร
เมื่อนึกถึงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หลายท่านจะนึกถึงคนรู้จักที่ยังเห็นหน้ากันดีๆอยู่ ได้ข่าวอีกทีก็อยู่ ICU หรือจากไปโดยที่ผู้ป่วยไม่มีอาการอะไร ซึ่งเป็นลักษณะของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ผู้ป่วยซึ่งเริ่มมีเส้นเลือดตีบอาจจะไม่มีอาการอะไรแสดงออกมา จนกระทั่งเส้นเลือดตีบมากขึ้น หัวใจได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่พอจึงเกิดอาการเจ็บหน้าอก โดยเฉพาะเวลาออกกำลังกายหรือทำอะไรรีบๆ กลุ่มอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้แก่
•ไม่มีอาการ เนื่องจากเส้นเลือดยังตีบไม่มากพอที่จะเกิดอาการ
•อาการแน่นหน้าอกเรียก Angina อาการเจ็บหน้าอกจะเจ็บขณะที่ออกกำลังกายหรือทำงานหนักๆจนต้องหยุดกิจกรรม เมื่อพักก็จะหายปวด เมื่อเริ่มกิจกรรมใหม่ด้วยระยะทางเท่าเดิมก็จะเจ็บหน้าอกเหมือนเดิม เมื่ออาการเป็นมากขึ้นอาการเจ็บหน้าอกจะมากขึ้น ระยะทางที่เริ่มเจ็บหน้าอกจะน้อยลง เจ็บนานขึ้น เจ็บหนักขึ้น อมยาไม่ค่อยหายปวด บางครั้งเจ็บหน้าอกโดยที่ไม่ได้ออกกำลังกาย
•หายใจหอบ ผู้ป่วยบางคนไม่มีอาการเจ็บหน้าอก แต่จะมีอาการหอบหืดจากโรคหัวใจวาย
•ผู้ป่วยมาด้วยอาการ Heart attack คือมีการอุดตันของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจอย่างเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอกแบบเฉียบพลัน เหงื่อออก เป็นลม เป็นภาวะฉุกเฉินต้องรีบไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ


ภาพแสดงผนังหลอดเลือดที่มีคราบไขมันเกาะทำให้รู้หลอดเลือดแคบลง
การที่คนเกิดปัจจัยเสี่ยงหลายๆอย่างจะทำให้โอกาสเกิดโรคหลอดเลือดตีบเร็วขึ้น
การควบคุมปัจจัยเสี่ยงควรจะเริ่มทำเมื่อไร
คนทั่วไปจะเคยชินกับวิถีชีวิตไม่คำนึงถึงผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย ผู้ที่สูบบุหรี่ก็พยายามหาคำตอบเพื่อให้เขาเหล่านั้นไม่ต้องปรับพฤติกรรม แต่หากเวลาผ่านไปคราบเกิดมีขนาดใหญ่ขึ้นจะเกิดอาการก็จะทำให้การรักษาลำบากยิ่งขึ้น
มีการศึกษาเด็กที่เสียชีวิตจากอุบัติเหต พบว่าเริ่มมีคราบไขมันเกาะตามผนังหลดเลือดตั้งแต่เด็ก แสดงว่ากระบวนการของการเกิดโรคหลอดเลือดตีบเริ่มตั้งแต่ในวัยเด็ก และจากสิติพบว่าแต่ละประเทศมีเด็กอ้วนในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมๆกับการที่เด็กมีเวลาออกกำลังกายลดลงและรับประทานอาหารที่ไม่มีคุณภาพ
ดังนั้นเราควรจะรณรงค์เรื่องอาหาร การออกกำลังในเด้ก และโรค้วนในเด็กเพื่อที่อนาคตโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจะได้ลดลง
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ
ปัจจัยที่กระตุ้นทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือด
•โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจะพบมากในผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนักมากกว่าที่เคยออก พบว่าจะมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มขึ้น6 เท่าสำหรับผู้ที่ออกกำลังอย่างสม่ำเสมอ และเพิ่มขึ้น 30 เท่าในผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย
•ความเครียดทางอารมณื
•โรคติดเชื้อ เช่นปอดบวม
•ช่วงเช้าประมาณ 9 เชื่อว่าช่วงนี้เกร็ดเลือดจะเกาะกันง่าย
การป้องกัน
หากท่านเป็นโรคหัวใจจะทำให้คุณภาพชีวิตลดลงดังนั้นท่านควรจะป้องกันมิให้เป็นโรคหัวใจ วิธีการง่ายดังนี้
•หากท่านสูบบุหรี่ก็ให้เลิก หากมีความคิดที่จะสูบก็เลิกความคิดนี้เสีย เพราะสารนิโคตินในบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดหดตัว ท่านที่สูบบุหรี่ท่านอาจจะมีความสุขกับการสูบบุหรี่ แต่หากเกิดโรคแทรกซ้อนขึ้นมา คนที่รักท่านจะต้องเดือดร้อนทั้งที่เค้าไม่ได้สูบ
•สำหรับท่านที่ไม่เคยวัดความดันโลหิตท่านควรจะไปวัด โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หรือผู้ที่อ้วน หรือผู้ที่มีไขมันในโลหิตสูง ผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย สำหรับท่านที่มีความดันโลหิตสูงก็จะควบคุมไม่ไห้เกิน 115/75 มิลิเมตรปรอท เมื่อความดันโลหิตเพิ่ม 20/10 ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว
•ตรวจระดับไขมันของท่าน
•ออกกำลังกายอย่างส่ำเสมอ
•รักษาน้ำหนัก
•รับประทานอาหารคุณภาพ
•ตรวจเช็คร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
•จัดการเรื่องความเครียด
การรักษา
•การรักษาเพื่อป้องกันหลอดเลือดตีบ อ่านที่นี่
•การรักษาโดยยา
◦ยาลดไขมันยาที่ใช้ได้แก่ Statin,fibrate,niacine เป็นยาที่ลดระดับไขมันเลือด
◦Aspirin เป็นยาที่ป้องกันเกร็ดเลือดมาเกาะที่ผนังหลอดเลือดเพื่อป้องกันหลอดเลือดแข็ง
◦ยากลุ่ม Beta block ยาในกลุ่มนี้จะลดการใช้ออกซิเจนของกล้ามเนื้อหัวใจจะลดอัตราการเสียชีวิต
◦Nitroglycerine ยานี้จะขยายหลอดเลือดหัวใจช่วยลดอาการเจ็บหน้าอก
◦ยาต้านแคลเซียม Calcium channel blocking agent ยานี้จะขยายหลอดเลือดหัวใจ
◦กลุ่มยา ต่างๆที่ช่วยรักษา เช่น ยาต้านอนุมูลอิสระ โฟลิกเป็นต้น
•การผ่าตัดเพื่อเพิ่มเลือดไปเลี้ยงได้แก่
◦การทำบอลลลูนหลอดเลือด เมื่อเกิดอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ หากเป็นมากหรือรักษาด้วยยาแล้วไม่ได้ผล แพทย์จะฉีดสีเพื่อตรวจว่าหลอดเลือดตีบมากน้อยแค่ไหน หากตีบมากหรือตีบเส้นใหญ่แพทย์จะทำบอลลูน โดยการใช้มีดกรีดเป็นแผลเล็กๆ แล้วสอดสายเข้าหลอดเลือดแดง และแยงสายเข้าไปในหลอดเลือดหัวใจ เมื่อถึงตำแหน่งที่ตีบก็บอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ
◦การผ่าตัด bypass โดยการใช้เส้นเลือดดำที่เท้าแทนเส้นเลือดหัวใจที่ตีบ
◦Anthrectomy คือการผ่าตัดเอาคราบไขมันที่ผนังหลอดเลือดออก
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/heart_disease/acs/index.html









เมษายน 6th, 2011
tawanrat 

PEONY EXTRACT : FROM FRANCE
FOMES OFFICINALIS EXTRACT


เลิศล้ำเกินคำว่ากระจ่างใสด้วยประกายเจิดจรัสแห่งผิว
ปรนเปรอความสดใสจากเซลล์สู่เซลล์ ชั้นผิวสู่ชั้นผิว วันจรดคืน