<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title>My name is darutsakorn</title>
	<atom:link href="http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn</link>
	<description>SNatur ธุรกิจเครือข่ายไทย สู่ธุรกิจเครือข่ายสากล</description>
	<pubDate>Sat, 17 Oct 2009 08:29:23 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ทดสอบบทความ</title>
		<link>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/10/13/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/10/13/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 Oct 2009 10:02:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rutsakorn</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Health & Beauty]]></category>

		<category><![CDATA[ทดสอบ 1]]></category>

		<category><![CDATA[ส่วนตั๊วส่วนตัว]]></category>

		<category><![CDATA[ซริมเชฟ]]></category>

		<category><![CDATA[ศรีไทย]]></category>

		<category><![CDATA[เอสเนเจอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/?p=106</guid>
		<description><![CDATA[วิดีโอแนะนำธุรกิจ เอสเนเจอร์
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วิดีโอแนะนำธุรกิจ เอสเนเจอร์</p>
<a href="http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/10/13/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/10/13/%e0%b8%97%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>โรคหัวใจกับความเครียด</title>
		<link>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/07/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/07/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Jun 2009 13:49:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rutsakorn</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Health & Beauty]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/?p=100</guid>
		<description><![CDATA[อ้างอิง : Gourmet &#38;Cuisine  lssue 106  May&#8217;09  www.gourmetthai.com
ก่อนอื่นเราทุกคนต้องยอมรับว่า ความเครียดในชีวิตเรานั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ชีวิตในปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองที่มีแต่ความเร่งรีบ การแข่งขัน การเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ด้วยแล้ว ปัญหาต่างๆ มักนำมาซึ่งความเครียดทั้งนั้น  แต่ทราบหรือไม่ว่าความเครียดส่งผลกระทบต่อหัวใจโดยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ถึงแม้ตัวความเครียดเองจะไม่ได้ทำให้เป็นโรคหัวใจโดยตรง แต่ความเครียดก็ทำให้เกิดปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจ เช่น พฤติกรรมการกินอาหาร พฤติกรรมการนอนหลับพักผ่อนการออกกำลังกาย การใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นตัวเพิ่มความดันโลหิตสูง เพิ่มน้ำหนักขาดการพักผ่อน ปริมาณคอเลสเตอรอลเพิ่มสูงขึ้น และเกิดโรคหัวใจตามมา
 
 โรคหัวใจเกิดจากการอุดตันของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด ทำให้เส้นเลือดมีขนาดเล็กลง ร่างกายได้รับออกซิเจนและเลือดไปเลี้ยงหัวใจน้อยลง ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก หายใจติดขัดถึงขั้นอันตรายถึงชีวิตรวมถึงภาวะหัวใจวายด้วย
 
กลไกการการทำงานของร่างกายเมื่อเกิดความเครียด
 เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด กดดัน ที่อาจมาจากการทำงาน สิ่งแวดล้อม ครอบครัว เศรษฐกิจ ร่างกายจะทำงานโดยหมวกไตซึ่งเป็นต่อมไร้ท่ออยู่เหนือไต (ต่อมนี้จะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล ( Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเกี่ยวกับความเครียด) ซึ่งผลคือความดันโลหิตเพิ่มขึ้นและเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้ร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แม้อาการเหล่านี้จะเป็นอาการปกติของคนที่เกิดความเครียด แต่ถ้าร่างกายต้องตกอยู่ในภาวะนี้บ่อยๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีและเป็นอันตรายต่อร่างกายด้วยเพราะหากหัวใจต้องสูบฉีดโลหิตหนักหว่าปกติ กล้ามเนื้อจะเกร็ง ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักและเกิดโรคหัวใจตามมา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อ้างอิง : Gourmet &amp;Cuisine  lssue 106  May&#8217;09  <a href="http://www.gourmetthai.com">www.gourmetthai.com</a></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">ก่อนอื่นเราทุกคนต้องยอมรับว่า<span> </span>ความเครียดในชีวิตเรานั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้<span> </span>ชีวิตในปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมเมืองที่มีแต่ความเร่งรีบ<span> </span>การแข่งขัน<span> </span>การเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ด้วยแล้ว<span> </span>ปัญหาต่างๆ<span> </span>มักนำมาซึ่งความเครียดทั้งนั้น<span> </span><span> </span>แต่ทราบหรือไม่ว่าความเครียดส่งผลกระทบต่อหัวใจโดยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ<span> </span>ถึงแม้ตัวความเครียดเองจะไม่ได้ทำให้เป็นโรคหัวใจโดยตรง<span> </span>แต่ความเครียดก็ทำให้เกิดปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจ<span> </span>เช่น<span> </span>พฤติกรรมการกินอาหาร<span> </span>พฤติกรรมการนอนหลับพักผ่อนการออกกำลังกาย<span> </span>การใช้ชีวิตประจำวัน<span> </span>ซึ่งเป็นตัวเพิ่มความดันโลหิตสูง<span> </span>เพิ่มน้ำหนักขาดการพักผ่อน<span> </span>ปริมาณคอเลสเตอรอลเพิ่มสูงขึ้น<span> </span>และเกิดโรคหัวใจตามมา</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>โรคหัวใจเกิดจากการอุดตันของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด<span> </span>ทำให้เส้นเลือดมีขนาดเล็กลง<span> </span>ร่างกายได้รับออกซิเจนและเลือดไปเลี้ยงหัวใจน้อยลง<span> </span>ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย<span> </span>ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บหน้าอก<span> </span>หายใจติดขัดถึงขั้นอันตรายถึงชีวิตรวมถึงภาวะหัวใจวายด้วย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue"><span style="font-family: Times New Roman"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: fuchsia;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">กลไกการการทำงานของร่างกายเมื่อเกิดความเครียด</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue"><span><span style="font-family: Times New Roman"> </span></span></span><span style="font-size: 14pt;color: navy;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด กดดัน ที่อาจมาจากการทำงาน<span> </span>สิ่งแวดล้อม ครอบครัว เศรษฐกิจ<span> </span>ร่างกายจะทำงานโดยหมวกไตซึ่งเป็นต่อมไร้ท่ออยู่เหนือไต<span> </span>(ต่อมนี้จะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล ( </span><span style="font-size: 14pt;color: navy"><span style="font-family: Times New Roman">Cortisol</span></span><span style="font-size: 14pt;color: navy;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">)<span> </span>ซึ่งเป็นฮอร์โมนเกี่ยวกับความเครียด)<span> </span>ซึ่งผลคือความดันโลหิตเพิ่มขึ้นและเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ<span> </span>ทำให้ร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา<span> </span>แม้อาการเหล่านี้จะเป็นอาการปกติของคนที่เกิดความเครียด<span> </span>แต่ถ้าร่างกายต้องตกอยู่ในภาวะนี้บ่อยๆ<span> </span>ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีและเป็นอันตรายต่อร่างกายด้วยเพราะหากหัวใจต้องสูบฉีดโลหิตหนักหว่าปกติ<span> </span>กล้ามเนื้อจะเกร็ง<span> </span>ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักและเกิดโรคหัวใจตามมา<span> </span>ดังนั้นเราจึงควรป้องกันหรือควบคุมความเครียดดีกว่าจะรักษาโรคหัวใจที่หลัง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue"><span style="font-family: Times New Roman"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: #ffcc00;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">ลดความเครียดได้อย่างไร</span><span style="font-size: 14pt;color: #ffcc00"><span style="font-family: Times New Roman">?</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: fuchsia;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">ออกกำลังกาย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: #003300;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">ด้วยภาวะที่เร่งรีบทั้งงานทั้งครอบครัว สภาพรถติด<span> </span>ทำให้วันหนึ่งๆ<span> </span>หาเวลาว่างได้ยาก<span> </span>การออกกำลังกายจึงมักถูกตัดออกไปโดยเปลี่ยนไปเป็นการดูหนัง<span> </span>กินข้าวนอกบ้านแทน<span> </span>ซึ่งจากการศึกษาวิจัยพบว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่สำคัญต่อร่างกายมาก<span> </span>เพราะช่วยลดความเครียดทำให้การทำงานของหัวใจมีประสิทธิภาพดีและลดระดับคอเลสเตอรอล<span> </span>โดยผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจให้คำแนะนำว่าการออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ<span> </span>ต่อวัน<span> </span>เช่น การเดินเร็ว<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: #003300"><span style="font-family: Times New Roman">20-30</span></span><span style="font-size: 14pt;color: #003300;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"> นาที<span> </span>การกระโดดเชือก<span> </span>ว่ายน้ำ<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: #003300"><span style="font-family: Times New Roman">20</span></span><span style="font-size: 14pt;color: #003300;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>นาทีสามารถช่วยลดความเครียดและบำรุงหัวใจได้ดี<span> </span>และควรตั้งเป้าหมายที่การออกกำลังกายอย่างน้อย<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: #003300"><span style="font-family: Times New Roman">20-30</span></span><span style="font-size: 14pt;color: #003300;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"> นาทีต่อวัน<span> </span>อาจเป็นการวิ่งจ๊อกกิงตอนเช้า<span> </span>การปั่นจักรบานกับครอบครัว<span> </span>เต้นแอโรบิกที่ทำงานกับเพื่อนตีแบดมินตัน<span> </span>หรือการออกกำลังกายประเภทอื่นตามความถนัด<span> </span>แม้แต่การทำความสะอาดบ้าน ทำสวน<span> </span>อาบน้ำสัตย์เลี้ยงก็รวมอยู่ในการออกกำลังกายที่ดีด้วย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: fuchsia;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">กินอาหารเช้า</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: #333399;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">ด้วยภาระต่างๆ<span> </span>มากมายที่ต้องทำกว่าจะเข้านอนในแต่ละวันได้ก็เข้าไปเกือบเที่ยงคืน<span> </span>ดังนั้นตอนเช้าแต่ละวันจึงไม่อยากจะตื่นเพื่อมากินอาหารเช้า<span> </span>ทั้งเตรียมทั้งกินและเก็บล้างก็เสียเวลาไปมาก<span> </span>คนส่วนใหญ่จึงเลือกไม่กินอาหารเช้า<span> </span>หรือดื่มแต่กาแฟแก้วเดียวแต่ทราบหรือไม่ว่าการเริ่มต้นแต่ละวันทำงานทั้งที่ท้องว่างอยู่นั้นเป็นการสร้างระบบความเครียดให้แก่ร่างกาย<span> </span>เนื่องมาจากเมื่อร่างกายไม่ได้รับอาหารเป็นเวลานานตลอดทั้งคืน<span> </span>ระดับน้ำตาลในเลือดจะลดต่ำลง<span> </span>ทำให้ร่างกายขาดพลังงาน<span> </span>แล้วก็จะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (</span><span style="font-size: 14pt;color: #333399"><span style="font-family: Times New Roman">Cortisol</span></span><span style="font-size: 14pt;color: #333399;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">)<span> </span>ส่งผลให้เกิดอาการมึนงง<span> </span>มือไม้สั่น<span> </span>รู้สึกวูบวาบ<span> </span>เพราะเหตุนี้จึงควรกินอาหารเช้าเป็นประจำ<span> </span>ถ้าหากไม่มีเวลาเตรียมอาหารเช้า<span> </span>อย่างน้อยก็ควรดื่มนมหรือน้ำเต้าหู้ (นมถั่วเหลือง)<span> </span>กับธัญพืชเสียหน่อย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: #333399;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยที่พบว่าเด็กที่กินอาหารเช้าเป็นประจำมีความจำและสมาธิที่ดี<span> </span>อีกทังมีความสุขในการเรียนหนังสือมากกว่าเด็กที่ไม่ได้กินอาหารเช้า<span> </span>ซึ่งมีสมาธิสั้นและไม่สนใจที่จะเรียนรู้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: fuchsia;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">ทำสมาธิเพื่อผ่อนคลาย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: #666699;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">การทำสมาธิของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป<span> </span>บางคนอาจต้องอยู่ในที่ที่สงบ<span> </span>เช่นห้องพระ<span> </span>ซึ่งปราศจากความวุ่นวาย<span> </span>บางคนอ่านหนังสือที่ตัวเองชอบ<span> </span>เพ่งสมาธิไปที่เนื้อหาที่อ่านอยู่ หรือบางคนทำกับข้าวออกกำลังกาย<span> </span>แต่ก็ทำสมาธิไปพร้อมกัน<span> </span>การฝึกสมาธิหรือการที่ร่างกายและจิตใจมีความเพลิดเพลินกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง<span> </span>ทำให้ร่างกายลดระดับของความเครียดลงได้<span> </span>กิจกรรมบางอย่างอาจดูเหมือนเป็นการสร้างสมาธิแต่ไม่ผ่อนคลาย<span> </span>ร่างกายก็จะเพิ่มความเครียด<span> </span>หัวใจทำงานหนัก<span> </span>กล้ามเนื้อหดตัว แรงดันเลือดเพิ่มขึ้น<span> </span>เช่น<span> </span>การเล่นเกมต่อสู้<span> </span>ฟังเพลงเศร้าหรือหนักเกินไป<span> </span>ดูหนังประเภทฆาตกรรม<span> </span>สยองขวัญ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: #666699;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>วิธีง่ายๆ<span> </span>ที่เรามักได้ยินเป็นประจำและใช้ได้ผลดีด้วยคือ<span> </span>เมื่อไรที่รู้สึกโกรธ เครียดไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร<span> </span>ให้สูดหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ<span> </span>แล้วนับ<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: #666699"><span style="font-family: Times New Roman">1-10</span></span><span style="font-size: 14pt;color: #666699;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย<span> </span>รับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพิ่มขึ้น<span> </span>ความรู้สึกก็จะดีขึ้นด้วย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: #666699;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>สำหรับคนที่ฝึกสมาธิเป็นประจำจะสามารถรับมือกับความเครียดได้มากกว่าคนที่ไม่มีโอกาสได้ฝึกสมาธิ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: fuchsia;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">ปล่อยวางกับเรื่องเล็กๆ<span> </span>น้อยๆ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: gray;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">เรามักจะนำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาขบคิดให้ไม่สบายใจหรือเกิดความเครียดขึ้นมา<span> </span>เช่น<span> </span>ขับรถแล้วมีรถขับปาดหน้าแทนที่จะต้องโกรธ<span> </span>เครียด<span> </span>ก็ปล่อยวางบ้างนึกเสียว่าเขาอาจมีธุระเร่งด่วนมาก<span> </span>หรือเข้าแถวซื้ออาหารอยู่ดีๆ<span> </span>ก็มีคนมาแซงและแย่งเอาของเราไปก่อน<span> </span>เรื่องเล็กๆ น้อยๆ<span> </span>นี้บางครั้งก็ทำให้ร่างกายเกิดความเครียดจนไม่สบาย<span> </span>ปวดหัว <span> </span>ความดันเลือดเพิ่มขึ้น<span> </span>ซึ่งจากการศึกษาพบว่าหากเราสามารถควบคุมอารมณ์ความเครียดแบบฉับพลันนี้ทำให้ระดับของโปรตีน </span><span style="font-size: 14pt;color: gray"><span style="font-family: Times New Roman">c-reactive </span></span><span style="font-size: 14pt;color: gray;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">(</span><span style="font-size: 14pt;color: gray"><span style="font-family: Times New Roman">c-reactive protein</span></span><span style="font-size: 14pt;color: gray;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">)<span> </span>ที่ผลิตจากตับเพิ่มขึ้น<span> </span>หลอดเลือดตีบลง<span> </span>แรงดันเลือดเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ความดันเลือดเพิ่มขึ้น<span> </span>หัวใจทำงานหนักมากขึ้น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: gray"><span><span style="font-family: Times New Roman"> </span></span></span><span style="font-size: 14pt;color: gray;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">ลองหัดปล่อยวางโดยอย่านำเรื่องทุกเรื่องมาทำให้เครียด<span> </span>หากเกิดเรื่องขึ้นลองคิดถึงเรื่องอื่นที่มีความสุข<span> </span>เช่น<span> </span>หากมีเวลาว่างจะไปเที่ยวที่ไหน<span> </span>จะใช้เวลาว่างกับครอบครัวทำกิจกรรมอะไร<span> </span>หรือร้องเพลงที่ขอบแทนในเวลาเครียด</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: fuchsia;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">การนอนหลับ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: maroon;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">การได้นอนหลับพักผ่อนเพียงพอจะทำให้ร่างกายผ่อนคลาย<span> </span>ช่วยลดการทำงานหนักของหัวใจ<span> </span>หากร่างกายได้รับการพักผ่อนน้อย<span> </span>ก็จะทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติ<span> </span>ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการหดและคลายตัวของหลอดเลือด<span> </span>รวมถึงการควบคุมความดันโลหิต จะทำงานหนักกว่าปกติถึง </span><span style="font-size: 14pt;color: maroon"><span style="font-family: Times New Roman">2</span></span><span style="font-size: 14pt;color: maroon;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"> เท่า<span> </span>ทำให้ยิ่งรู้สึกเหนื่อยและเพลียมากขึ้น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: maroon;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>จากการศึกษาพบว่าร่างกายคนเราต้องการการพักผ่อนอย่างน้อย<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: maroon"><span style="font-family: Times New Roman">6 </span></span><span style="font-size: 14pt;color: maroon;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">ชั่วโมงขึ้นไป<span> </span>และหากมีเวลาว่างในช่วงสุดสัปดาห์ก็ควรนอนให้มากถึง </span><span style="font-size: 14pt;color: maroon"><span style="font-family: Times New Roman">8-9</span></span><span style="font-size: 14pt;color: maroon;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"> ชั่วโมง<span> </span>เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายเต็มที่และลดระดับความเครียดลง<span> </span>และจากสถิติเปรียบเทียบจำนวนเวลานอนของคนที่นอนน้อยกว่า<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: maroon"><span style="font-family: Times New Roman">5 </span></span><span style="font-size: 14pt;color: maroon;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">ชั่วโมงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจถึง<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: maroon"><span style="font-family: Times New Roman">39</span></span><span style="font-size: 14pt;color: maroon;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"> เปอร์เซ็นต์<span> </span>ขณะที่คนที่นอนมากกว่า<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: maroon"><span style="font-family: Times New Roman">6</span></span><span style="font-size: 14pt;color: maroon;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"> ชั่วโมงขึ้นไป<span> </span>จะลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจได้ถึง </span><span style="font-size: 14pt;color: maroon"><span style="font-family: Times New Roman"><span> </span>18</span></span><span style="font-size: 14pt;color: maroon;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>เปอร์เซ็นต์</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: fuchsia;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">ทานอาหารที่ดี</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: green;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">อาหารมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อความรู้สึก<span> </span>อารมณ์<span> </span>และหัวใจ<span> </span>ทั้งในทางตรงและทางอ้อม<span> </span>ในทางตรงก็คืออาหารประเภทที่มีไขมันสูง<span> </span>โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันอิ่มตัวเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปเกาะตามผนังหลอดเลือดทำให้เลือดเจ้าสู่หัวใจยากขึ้น<span> </span>ทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดได้<span> </span>ส่วนในทางอ้อมนั้น<span> </span>อาหารบางประเภท<span> </span>เช่น<span> </span>อาหารรสเค็มจัด<span> </span>จะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและหัวใจทำงานหนักอาหารที่มีระดับน้ำตาลสูงก็จะทำให้อารมณ์แปรปรวนและอาจทำให้เกิดโรคเบาหวานได้<span> </span>และจะส่งผลให้หัวใจทำงานผิดปกติตามมา<span> </span>ดังนั้นอาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรใส่ใจอย่างยิ่ง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: red;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">อาหารบางประเภทจะมีผลต่อความเครียดและบำรุงหัวใจ<span> </span>เช่น ผัก ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงอย่างส้ม<span> </span>มะนาว<span> </span>ฝรั่ง<span> </span>ผักใบเขียวเข้ม<span> </span>ไม่ว่าจะเป็นคะน้า<span> </span>ตำลึง<span> </span>ผักโขม ฯลฯ<span> </span>ซึ่งมีผลจากการวิจัยพบว่าวผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงนั้นช่วยลดการเกิดโรคหัวใจได้ถึง<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: red"><span style="font-family: Times New Roman"><span> </span>6</span></span><span style="font-size: 14pt;color: red;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>เปอร์เซ็นต์และถ้าสามารถกินผักผลไม้ได้ถึง<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: red"><span style="font-family: Times New Roman">8</span></span><span style="font-size: 14pt;color: red;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>ส่วนต่อวัน<span> </span>โดย<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: red"><span style="font-family: Times New Roman">1</span></span><span style="font-size: 14pt;color: red;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>ส่วนคือผลไม้ขนาดกลาง </span><span style="font-size: 14pt;color: red"><span style="font-family: Times New Roman"><span> </span>1 </span></span><span style="font-size: 14pt;color: red;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">ผล<span> </span>เช่น ส้มหรือแอปเปิล </span><span style="font-size: 14pt;color: red"><span style="font-family: Times New Roman"><span> </span>1</span></span><span style="font-size: 14pt;color: red;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>ผล<span> </span>องุ่น<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: red"><span style="font-family: Times New Roman">8</span></span><span style="font-size: 14pt;color: red;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>ผล ฝรั่ง </span><span style="font-size: 14pt;color: red" lang="TH"><span><span style="font-family: Times New Roman"> </span></span></span><span style="font-size: 14pt;color: red;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">หนึ่งส่วนสองผล<span> </span>สำหรับผักนั้น หากเป็นผักสดก็คือ<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: red"><span style="font-family: Times New Roman">1 </span></span><span style="font-size: 14pt;color: red;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">ถ้วยตวง<span> </span>ผักลวกหนึ่งส่วนสองถ้วยตวง<span> </span>คิดเป็นหนึ่งส่วน<span> </span>ถ้าบริโภคได้ แปดส่วนต่อวันขึ้นไปก็สามารถลดอัตราเสี่ยงของโรคหัวใจได้ถึง<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: red"><span style="font-family: Times New Roman">30 </span></span><span style="font-size: 14pt;color: red;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">เปอร์เซ็นต์</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>เป็นอย่างไรบ้างค่ะ เมื่อได้อ่านข้อมูลเหล่านี้แล้ว<span> </span>ตัวเราปฏิบัติตัวเองอย่างไรกันบ้าง<span> </span>ส่วนตัวแล้วรู้สึกแย่มากๆ<span> </span>เลย<span> </span>เพราะอาหารเช้าก็ไม่ทาน<span> </span>ออกกำลังกายก็ไม่ได้ออก<span> </span>ที่สำคัญทานอาหารที่ค่อนข้างไปในทิศทางที่ไม่ส่งเสริมสุขภาพเท่าไร<span> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>นาทีนี้คงต้องหันมาดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้นแล้วละ ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้อยู่ดูลูกๆ<span> </span>เป็นหนุ่มเป็นสาวกันแน่นอนเลย<span> </span>มีวิธีการดูแลสุขภาพกันอย่างไร<span> </span>ก็เพิ่มเติมข้อมูลกันมาบ้างนะค่ะ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue"><span style="font-family: Times New Roman"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue"><span style="font-family: Times New Roman">Rutsakorn</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue"><span style="font-family: Times New Roman"><a href="http://www.snaturbysrithai.com/?is=rutsakorn">http://www.snaturbysrithai.com/?is=rutsakorn</a></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: blue;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/07/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สารพัดวิธีกำจัดขน</title>
		<link>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/07/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/07/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Jun 2009 12:31:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rutsakorn</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Health & Beauty]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[ การมีผิวพรรณที่เนียนเรียบ ปราศจากริ้วรอยต่างๆ ย่อมเป็นสิ่งที่สาวๆ ทั้งหลายปรารถนา หากแต่ธรรมชาติก็ไม่ได้มอบสิ่งเหล่านั้นมาให้แก่ทุกคน โดยเฉพาะกับ “ขน” ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความกังวล ไม่มั่นใจกับคุณผู้หญิงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นขนรักแร้ ขนหน้าแข้ง หนวด เครา แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายก็ช่วยให้คุณผู้หญิงเบาใจในการจะกำจัดขนเหล่านั้นให้หมดไป
 
หลากหลายวิธีกำจัดขน
 
 การกำจัดขนนั้นมีหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป
 
การถอน สามารถทำได้ 2 วิธี คือ ถอนโดยวิธีธรรมชาติ นั่นคือการใช้แหนบเป็นอุปกรณ์สำคัญ สามารถทำได้เองโดยเฉพาะการถอนขนรักแร้และขนหน้าแข้ง การใช้แหนบถอนเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายๆ แต่ต้องทนกับความเจ็บปวดสักหน่อยและทำให้ผิวเป็นตุ่ม หากจะเลือกถอนขนด้วยวิธีนี้จริงๆ ละก็ ควรทาบริเวณที่ต้องการถอนด้วยแป้งก่อน จะช่วยลดความเจ็บจากการถอนได้ ถอนโดยใช้เครื่องถอน ซึ่งมีจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป การถอนขนโดยใช้เครื่องถอนขนนั้นมีประโยชน์ดังนี้
 ทำให้ผิวเนียนเรียบยาวนานถึง 4 สัปดาห์ เนื่องจากการถอนขนจะถอนถึงรากถึงโคน ทำให้เส้นขนใช้เวลามากในการงอกใหม่
 เส้นขนที่ถูกถอนถึงราก เมื่องอกขึ้นใหม่จะบางกว่าและเล็กกว่า การกำจัดขนด้วยเครื่องถอนขนจึงให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลกว่า
 การถอนขนด้วยเครื่องถอนขนจะช่วยยกและถอนขนออกอย่างนิ่มนวล
 เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบาง เพราะการใช้เครื่องถอนขน ผิวหนังของคุณจะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนจากการถอนเพราะหัวหนีบของเครื่องถอน จะช่วยถอนขนโดยไม่สัมผัสกับผิวหนัง
การโกน เป็นวิธีที่ง่าย สะดวกรวดเร็ว แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย แต่ก่อนโกนควรทำให้เส้นขนเปียก หรือใช้ครีมหรือเจลสำหรับโกนขนทาก่อนโกน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"> การมีผิวพรรณที่เนียนเรียบ<span> </span>ปราศจากริ้วรอยต่างๆ<span> </span>ย่อมเป็นสิ่งที่สาวๆ ทั้งหลายปรารถนา<span> </span>หากแต่ธรรมชาติก็ไม่ได้มอบสิ่งเหล่านั้นมาให้แก่ทุกคน<span> </span>โดยเฉพาะกับ </span><span style="font-size: 14pt"><span style="font-family: Times New Roman">“</span></span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">ขน</span><span style="font-size: 14pt"><span style="font-family: Times New Roman">”</span></span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความกังวล ไม่มั่นใจกับคุณผู้หญิงทั้งหลาย<span> </span>ไม่ว่าจะเป็นขนรักแร้<span> </span>ขนหน้าแข้ง หนวด เครา<span> </span>แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายก็ช่วยให้คุณผู้หญิงเบาใจในการจะกำจัดขนเหล่านั้นให้หมดไป</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt"><span style="font-family: Times New Roman"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: fuchsia;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">หลากหลายวิธีกำจัดขน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: fuchsia"><span style="font-family: Times New Roman"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: fuchsia;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;color: black;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">การกำจัดขนนั้นมีหลายวิธี<span> </span>ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: black;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: #99cc00;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">การถอน</span><span style="font-size: 14pt;color: #ff99cc;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span></span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">สามารถทำได้<span> </span></span><span style="font-size: 14pt"><span style="font-family: Times New Roman">2</span></span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>วิธี<span> </span>คือ<span> </span><strong>ถอนโดยวิธีธรรมชาติ</strong><span> </span>นั่นคือการใช้แหนบเป็นอุปกรณ์สำคัญ<span> </span>สามารถทำได้เองโดยเฉพาะการถอนขนรักแร้และขนหน้าแข้ง<span> </span>การใช้แหนบถอนเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายๆ<span> </span>แต่ต้องทนกับความเจ็บปวดสักหน่อยและทำให้ผิวเป็นตุ่ม<span> </span>หากจะเลือกถอนขนด้วยวิธีนี้จริงๆ ละก็<span> </span>ควรทาบริเวณที่ต้องการถอนด้วยแป้งก่อน<span> </span>จะช่วยลดความเจ็บจากการถอนได้<span> </span><strong>ถอนโดยใช้เครื่องถอน</strong><span> </span>ซึ่งมีจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป<span> </span>การถอนขนโดยใช้เครื่องถอนขนนั้นมีประโยชน์ดังนี้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>ทำให้ผิวเนียนเรียบยาวนานถึง </span><span style="font-size: 14pt"><span style="font-family: Times New Roman">4</span></span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"> สัปดาห์<span> </span>เนื่องจากการถอนขนจะถอนถึงรากถึงโคน<span> </span>ทำให้เส้นขนใช้เวลามากในการงอกใหม่</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>เส้นขนที่ถูกถอนถึงราก<span> </span>เมื่องอกขึ้นใหม่จะบางกว่าและเล็กกว่า<span> </span>การกำจัดขนด้วยเครื่องถอนขนจึงให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลกว่า</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>การถอนขนด้วยเครื่องถอนขนจะช่วยยกและถอนขนออกอย่างนิ่มนวล</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบาง<span> </span>เพราะการใช้เครื่องถอนขน<span> </span>ผิวหนังของคุณจะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนจากการถอนเพราะหัวหนีบของเครื่องถอน<span> </span>จะช่วยถอนขนโดยไม่สัมผัสกับผิวหนัง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: #99cc00;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">การโกน<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">เป็นวิธีที่ง่าย<span> </span>สะดวกรวดเร็ว<span> </span>แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย<span> </span>แต่ก่อนโกนควรทำให้เส้นขนเปียก<span> </span>หรือใช้ครีมหรือเจลสำหรับโกนขนทาก่อนโกน<span> </span>สามารถทำได้โดยใช้มีดโกนหนวดทั่วไป</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: #99cc00;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">การแวกซ์<span> </span></span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>คือการใช้แวกซ์หรือขี้ผึ้งนั่นเองเป็นตัวจับขนแทนแหนบ<span> </span>มีให้เลือกหลายแบบ<span> </span>ทั้งแบบร้อน<span> </span>แบบเย็น<span> </span>และแบบแผ่น<span> </span>โดยใช้สารเหล่านี้ตรึงขนแล้วดึงย้อนทิศทางของขน เหมาะสำหรับการกำจัดขนหน้าแข้ง<span> </span>เป็นวิธีทำให้เส้นขนขาดเกือบถึงรากขนและไม่ต้องทำบ่อย<span> </span>หลังการใช้แวกซ์ผิวของคุณจะนุ่มนวลขึ้น<span> </span>แต่มีอาการเจ็บบ้างเล็กน้อย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: #99cc00;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">การใช้สารเคมี</span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>ได้แก่<span> </span>ผงเจล<span> </span>โลชั่น<span> </span>หรือครีม<span> </span>ซึ่งสามารถสลายโปรตีนในเส้นขนได้<span> </span>ทำให้เส้นขนบวมและหัก<span> </span>ใช้ได้เฉพาะบริเวณขาเท่านั้น<span> </span>เหพียงทาทิ้งไว้<span> </span></span><span style="font-size: 14pt"><span style="font-family: Times New Roman">4-15</span></span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>นาทีแล้วล้างออก<span> </span>ข้อเสียของวิธีนี้คือหากเส้นขนหนาสารเคมีก็ไม่อาจกำจัดได้หมดและสารเคมีเหล่านี้อาจตกค้างอยู่ในผิวหนังของเราด้วย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt"><span style="font-family: Times New Roman"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span><span> </span>นอกจากการกำจัดขนที่กล่าวมาแล้วยังมีการกำจัดขนชนิดถาวรซึ่งมีด้วยกัน<span> </span></span><span style="font-size: 14pt"><span style="font-family: Times New Roman">2</span></span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>วิธีได้แก่</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: #99cc00;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">การจี้ด้วยไฟฟ้า</span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>เป็นการกำจัดขนแบบถาวรซึ่งต้องรับบริการจากแพทย์<span> </span>โดยแพทย์จะใช้เข็มที่มีขนาดเล็กมากสอดเข้าไปตามรูขุมขน<span> </span>จากนั้นจึงปล่อยคลื่นวิทยุซึ่งจะเปลี่ยนเป็นความร้อน<span> </span>แล้วกลายเป็นคลื่นไมโครเวฟเข้าไปทำลายรากขน<span> </span>วิธีกำจัดขนนี้จะใช้เวลาประมาร<span> </span></span><span style="font-size: 14pt"><span style="font-family: Times New Roman"><span> </span>1- 2</span></span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>ชั่วโมง<span> </span>ซึ่งจะทำให้บริเวณที่กำจัดขนมีความสะอาด<span> </span>เนียนเรียบและสวยงาม<span> </span>แต่ก็อาจทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองหรือเกิดเป็นจุดด่างดำได้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;color: #99cc00;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">การใช้เลเซอร์</span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><span> </span>เป็นการกำจัดขนชนิดถาวรเช่นกัน<span> </span>แพทย์จะฉายเลเซอร์ทำลายขนตามบริเวณที่ต้องการกำจัด<span> </span>ไม่ให้ขนเกิดขึ้นมาได้ใหม่<span> </span>การกำจัดขนด้วยวิธีนี้ใช้เวลาพียง<span> </span></span><span style="font-size: 14pt"><span style="font-family: Times New Roman">30 </span></span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">นาที<span> </span>แต่ข้อเสียคือมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt"><span style="font-family: Times New Roman"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt"><span><span style="font-family: Times New Roman"> </span></span></span><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">หลังจากรู้จักสารพัดวิธีการกำจัดขนแล้ว<span> </span>ก็ควรเลือกว่าวิธีใดเหมาะสมและปลอดภัยต่อสุขภาพผิวของเรามากที่สุดเพียงเท่านี้<span> </span>คุณก็จะมีผิวเนียนเรียบสวยดังใจต้องการ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt">
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">rutsakorn</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH"><a href="http://www.snaturbysrithai.com/is=rutsakorn">http://www.snaturbysrithai.com/?is=rutsakorn</a></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt">
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt"><span style="font-size: 14pt;font-family: &quot;Angsana New&amp;quot" lang="TH">มีข้อมูลอื่นๆ  ก็ส่งข่าวมาบอกกันบ้างนะค่ะ  หรือวิธีการที่คุณหญิงท่านอื่นๆ  ใช้อยู่</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/07/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สาเหตุของความล้มเหลว  30 ประการ</title>
		<link>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/07/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7-30-%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/07/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7-30-%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Jun 2009 07:49:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rutsakorn</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[อยากบอกอยากเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/?p=92</guid>
		<description><![CDATA[อ้างอิง : Gourmet Cuisine  lssue 105  April&#8217;09   www.gorumetthai.com
อ่านเจออยากบอกต่อ   พวกเราทุกคนตอนนี้ควรตั้งสติอยู่ในความไม่ประมาท  เพื่อประคองตัวให้รอดพ้นจากภาวะสภาพแวดล้อมในทางลบต่างๆ  คนที่เคยรุ่งเรือง  กิจการที่เคยเฟี่องฟู  ก็ยังล้มครืนลงได้  เราจึงต้องเตรียมตัวให้แข็งแกร่งขึ้น  สิ่งใดควรทำก็ริเริ่มทำ  สิ่งใดไม่ควรทำก็รีบละเว้นแก้ไขเสีย  จะปล่อยตัวตามสบายคงไม่ได้แล้ว
โดยเฉพาะสาเหตุของความล้มเหลวต่างๆ  จากหนังสือของนโปเลียน ฮิลล์  ซึ่งได้สำรวจและจัดลำดับสาเหตุของความล้มเหลวที่พบมากที่สุดทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีดังนี้
1.    มีพื้นฐานทางสังคมหรือครอบครัวที่เสียเปรียบ  ไม่เอื้ออำนวย (ข้อนี้แก้โดยตรงไม่ได้  เพราะคนเราเลือกเกิดไม่ได้  ต้องอาศัยความดีด้านอื่นเป็นตัวช่วย)
2.    ขาดเป้าหมายที่ต้องการบรรลุอย่างชัดเจน
3.    ขาดความทะเยอทะยานที่จะทำให้ได้ดีกว่าระดับปานกลาง
4. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อ้างอิง : Gourmet Cuisine  lssue 105  April&#8217;09   <a href="http://www.gorumetthai.com">www.gorumetthai.com</a></p>
<p>อ่านเจออยากบอกต่อ   พวกเราทุกคนตอนนี้ควรตั้งสติอยู่ในความไม่ประมาท  เพื่อประคองตัวให้รอดพ้นจากภาวะสภาพแวดล้อมในทางลบต่างๆ  คนที่เคยรุ่งเรือง  กิจการที่เคยเฟี่องฟู  ก็ยังล้มครืนลงได้  เราจึงต้องเตรียมตัวให้แข็งแกร่งขึ้น  สิ่งใดควรทำก็ริเริ่มทำ  สิ่งใดไม่ควรทำก็รีบละเว้นแก้ไขเสีย  จะปล่อยตัวตามสบายคงไม่ได้แล้ว</p>
<p>โดยเฉพาะสาเหตุของความล้มเหลวต่างๆ  จากหนังสือของนโปเลียน ฮิลล์  ซึ่งได้สำรวจและจัดลำดับสาเหตุของความล้มเหลวที่พบมากที่สุดทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีดังนี้</p>
<p>1.    มีพื้นฐานทางสังคมหรือครอบครัวที่เสียเปรียบ  ไม่เอื้ออำนวย (ข้อนี้แก้โดยตรงไม่ได้  เพราะคนเราเลือกเกิดไม่ได้  ต้องอาศัยความดีด้านอื่นเป็นตัวช่วย)</p>
<p>2.    ขาดเป้าหมายที่ต้องการบรรลุอย่างชัดเจน</p>
<p>3.    ขาดความทะเยอทะยานที่จะทำให้ได้ดีกว่าระดับปานกลาง</p>
<p>4.    มีการศึกษาไม่เพียงพอ</p>
<p>5.    ขาดวินัยในตัวเอง  ไม่มีไหวพริบปฎิภาณในการแสดงออกในสิ่งที่ถูกต้อง</p>
<p>6.    มีสุขภาพอ่อนแอ</p>
<p>7.    อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยในวัยเยาว์  หลอมให้เกิดบุคลิกภาพที่มีผลต่อร่างกายและจิตใจ</p>
<p>8.    ชอบผัดวันประกันพรุ่ง</p>
<p>9.    ขาดความวิริยะอุตสาหะและความกล้าหาญที่จะรับผิดชอบต่อความล้มเหลวของตัวเอง</p>
<p>10.    มีบุคลิกภาพในทางลบ</p>
<p>11.    ขาดการควบคุมแรงกระตุ้นทางเพศที่เหมาะสม</p>
<p>12.    ไม่สามารถควบคุมความปรารถนาที่จะได้บางสิ่งบางอย่างโดยไม่เสียอะไรเลย  เช่น  ชอบเล่นการพนัน</p>
<p>13.    ขาดความสามารถในการตัดสินใจ</p>
<p>14.    มีความกลัวเรื่องพื้นฐานการดำรงชีวิต  เช่น ความเจ็บป่วย  ความแก่  ความตาย</p>
<p>15.    เลือกคู่แต่งงานที่ไม่เหมาะสม</p>
<p>16.    ระมัดระวังจนเกินไปจนทำลายความคิดสร้างสรรค์ และ ความเชื่อมั่นในตนเอง</p>
<p>17.    เลือกเพื่อนร่วมงานหรือคู่ค้าทางธุรกิจที่ไม่ดีพอ</p>
<p>18.    มีความเชื่อทางไสยศาสตร์และอคติ</p>
<p>19.    เลือกอาชีพผิดพลาด</p>
<p>20.    ใช้พลังงานและแรงกายอย่างฟุ่มเฟือย  ไม่มีสมาธิ</p>
<p>21.     ขาดความประหยัด  มัธยัสถ์</p>
<p>22.    ขาดความกระตือรือร้น</p>
<p>23.    ไม่มีความอดทน</p>
<p>24.    ไม่ยับยั้งชั่งใจในการกิน  การดื่ม และกามารมณ์</p>
<p>25.    ไม่สามารถร่วมมือกับคนอื่นด้วยทัศนคติที่สมานฉันท์</p>
<p>26.     มีอำนาจที่ไม่ได้เกิดจากความพยายามของตนเอง และใช้อำนาจไม่เหมะสม</p>
<p>27.    ไม่ซื่อสัตย์</p>
<p>28.    หยิ่งยโส</p>
<p>29.    ชอบคาดเดามากกว่าคิด</p>
<p>30.    ขาดเงินทุน</p>
<p>จะเห็นว่าสาเหตุความล้มเหลวส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เราสามารถหลีกเลี่ยงหรือปรับปรุงให้ดีขึ้นได้  โดยการจัดการตัวเอง  ปรับปรุงตัวเองด้วยทัศนคติที่ดี  และด้วยกำลังใจที่มุ่งมั่น  แม้แต่  สาเหตุข้อ 1-7  ซึ่งเป็นเรื่องที่คนเราแก้ย้อนหลังไม่ได้  ก็มีคนพิสูจน์แล้วว่าสามารถเอาชนะได้  ดังตัวอย่างของประธานาธิบดีบารัก  โอบามา   ผู้ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่สหรัฐอเมริกา   ผู้ซึ่งมีแหล่งกำเนิดและชีวิตในวัยเยาว์ที่ไม่ได้เอื้อต่อความสำเร็จอันอยิ่งใหญ่ในวันนี้เลย  เราจึงไม่ควรน้อยใจในโชคชะตา  ความตั้งใจดีและเพียรพยายามจะสร้างจุดเด่นและนำความสำเร็จมาให้เสมอ</p>
<p>rutsakorn</p>
<p><a href="http://www.snaturbysrithai.com/is=rutsakorn">http://www.snaturbysrithai.com/?is=rutsakorn</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/07/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7-30-%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>กินผลไม้ไทย ต้านมะเร็งได้</title>
		<link>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/07/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%84/</link>
		<comments>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/07/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%84/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Jun 2009 07:09:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rutsakorn</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Health & Beauty]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/?p=89</guid>
		<description><![CDATA[อ้างอิง  จากหนังสือ Thai Commerce  (success story magazine   vol.4 / No.13 /january-march  issn 1905-2375)
เห็นบทความ เรื่อง กินผลไม้ไทยต้านมะเร็งได้ โดย กองบรรณาธิการหนังสือ Thai Commerce นี้แล้วยากบอกต่อให้หลายๆ ท่านอ่านบ้างเป็นข้อมูลที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เอาเป็นว่าขออนุญาตยกบทความทั้งหมดมาส่งต่อละกัน
เดี๋ยวนี้คนไทยต่างหันมาให้ความสนใจกับเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น  เพราะโรคภัยไข้เจ็บที่เข้าเบียดเบียนร่างกายนั้นมีมากมายเหลือเกิน  อีกทั้งค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้หลายๆ คนหันมาป้องกันก่อนที่จะถึงขึ้นเสียค่าหยูกยารักษา  และกระแสของเรื่องโภชนาการบำบัดก็เป็นกระแสหนึ่งที่คนรุ่นใหม่ตื่นตัวและใส่ใจกันพอสมควร
สำหรับแนวความคิดเรื่องการรับประทานผักผลไม้เพื่อให้มีร่างกายแข็งแรง  สุขภาพดีนั้นก็เป็นหนึ่งในแนวทางที่มีการปฎิบัติกันมานานแล้ว   แต่ข่าวสารเกี่ยวกับการวิจัยจากกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข   ที่บงชี้ว่าผลไม้ไทยชนิดใดบ้างที่มีสารต้านมะเร็งสูง  ก็เป็นหนึ่งในข่าวดีที่ต้องหยิบมาบอกต่อ
เนื่องจากปัจจุบันคนไทยมักประสบกับปัญหาด้านสุขภาพอันเกิดจากพฤติกรรมการกินมากขึ้น  และตัวการที่ทำให้เกิดโรคทั้งหลายนั้นมาจากสารที่เรียกว่า อนุมูลอิสระ  อันเป็นตัวการสำคัญในการก่อโรคมะเร็ง  โรคหัวใจและโรคต้อกระจกในผู้สูงอายุ  ทางกรมอนามัย  กระทรวงสาธารณสุขจึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อ้างอิง  จากหนังสือ Thai Commerce  (success story magazine   vol.4 / No.13 /january-march  issn 1905-2375)</strong></p>
<p>เห็นบทความ เรื่อง กินผลไม้ไทยต้านมะเร็งได้ โดย กองบรรณาธิการหนังสือ Thai Commerce นี้แล้วยากบอกต่อให้หลายๆ ท่านอ่านบ้างเป็นข้อมูลที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง เอาเป็นว่าขออนุญาตยกบทความทั้งหมดมาส่งต่อละกัน</p>
<p>เดี๋ยวนี้คนไทยต่างหันมาให้ความสนใจกับเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น  เพราะโรคภัยไข้เจ็บที่เข้าเบียดเบียนร่างกายนั้นมีมากมายเหลือเกิน  อีกทั้งค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้หลายๆ คนหันมาป้องกันก่อนที่จะถึงขึ้นเสียค่าหยูกยารักษา  และกระแสของเรื่องโภชนาการบำบัดก็เป็นกระแสหนึ่งที่คนรุ่นใหม่ตื่นตัวและใส่ใจกันพอสมควร</p>
<p>สำหรับแนวความคิดเรื่องการรับประทานผักผลไม้เพื่อให้มีร่างกายแข็งแรง  สุขภาพดีนั้นก็เป็นหนึ่งในแนวทางที่มีการปฎิบัติกันมานานแล้ว   แต่ข่าวสารเกี่ยวกับการวิจัยจากกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข   ที่บงชี้ว่าผลไม้ไทยชนิดใดบ้างที่มีสารต้านมะเร็งสูง  ก็เป็นหนึ่งในข่าวดีที่ต้องหยิบมาบอกต่อ</p>
<p>เนื่องจากปัจจุบันคนไทยมักประสบกับปัญหาด้านสุขภาพอันเกิดจากพฤติกรรมการกินมากขึ้น  และตัวการที่ทำให้เกิดโรคทั้งหลายนั้นมาจากสารที่เรียกว่า อนุมูลอิสระ  อันเป็นตัวการสำคัญในการก่อโรคมะเร็ง  โรคหัวใจและโรคต้อกระจกในผู้สูงอายุ  ทางกรมอนามัย  กระทรวงสาธารณสุขจึง  ทำการศึกษาวิจัยหาสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ  ซึ่งได้แก่  เบต้าแคโรทีน  วิตามินซี  และวิตามินอี  โดยทำการศึกษาในผลไม้จำนวน  83  ชนิด  และพบว่าผลไม้  10  ชนิดใดบ้างที่มีสารต้านมะเร็ง หรือมีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระสูงโดยแยกตามสารแต่ละชนิด  ได้ผลไม้ดังนี้</p>
<p>ผลไม้  10  อันดับแรกที่มีเบต้าแคโรทีนสูง</p>
<p>1.  มะม่วงน้ำดอกไม้สุก</p>
<p>2.  มะเขือเทศราชินี</p>
<p>3.  มะละกอสุก</p>
<p>4.  กล้วยไข่</p>
<p>5.  มะม่วงยายกล่ำ</p>
<p>6.  มะปรางหวาน</p>
<p>7.  แคนตาลูปเนื้อเหลือง</p>
<p>8.  มะยงชิด</p>
<p>9.  มะม่วงเขียวเสวยสุก</p>
<p>10.  สับปะรดภูเก็ต</p>
<p>ผลไม้  10  อันอับแรกที่มีวิตามินซีสูง</p>
<p>1.  ฝรั่งกลมสาลี่</p>
<p>2.  ฝรั่งไร้เมล็ด</p>
<p>3.  มะขามป้อม</p>
<p>4.  มะขามเทศ</p>
<p>5.  เงาะโรงเรียน</p>
<p>6.  ลูกพลับ</p>
<p>7.  สตรอว์เบอร์รี่</p>
<p>8.  มะละกอแขกดำสุก</p>
<p>9.  พุทธาแอปเปิ้ล</p>
<p>10.  ส้มโอขาว</p>
<p>ผลไม้  10  อันดับแรกที่มีวิตามินอีสูง</p>
<p>1.  ขนุนหนัง</p>
<p>2.  มะขามเทศ</p>
<p>3.  มะม่วงเขียวเสวยดิบ</p>
<p>4.  มะเขือเทศราชินี</p>
<p>5.  มะม่วงเขียวเสวยสุก</p>
<p>6.  มะม่วงน้ำดอกไม้สุก</p>
<p>7.  มะม่วงยายกล่ำสุก</p>
<p>8.  แก้วมังกรเนื้อสีชมพู</p>
<p>9.  สตรอว์เบอร์รี่</p>
<p>10.  กล้วยไข่</p>
<p>จากการวิจัยพบว่าผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนสูงนั้นส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้ที่มีเนื้อสีเหลืองและสีเหลืองเข้ม   โดยผลไม้ที่มีสารทั้ง  3  ตัวค่อนข้างสูงคือมะเขือเทศราชินี  ส่วนผลไม้ที่มีสารทั้ง  3  ตัวน้อยคือ  สาลี่  องุ่น และแอปเปิล และผลไม้ที่ไม่มีเบต้าแคโรทีนเลย  ได้แก่  แก้วมังกร  มะขามเทศ  มังคุด  ลิ้นจี่  และสาลี่</p>
<p>ทั้งนี้สารอาหารทั้งสามตัวคือ  เบต้าแคโรทีน  วิตามินซี  และวิตามินอี  สามารถกำจัดอนุมูลอิสระของกรดไขมันอิ่มตัวเพื่อยับยั้งปฎิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระ</p>
<p>ส่วนวิตามินซีซึ่งเป็นสารที่ละลายน้ำได้จะทำหน้าที่จับอนุมูลอิสระในเซลล์ที่เป็นของเหลว  ช่วยป้องกันเซลล์มิให้ถูกอนุมูลอิสระทำลาย  และยังช่วยในการเปลี่ยนวิตามินอีที่ถูกใช้ในขบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระให้กลับเป็นวิตามินอีตามเดิม  สำหรับเบต้าแคโรทีนก็ทำหน้าที่คล้ายกับวิตามินอี   แต่ที่พิเศษคือมันยังสามารถลดการก่อตัวของอนุมูลอิสระบางตัวได้</p>
<p>นอกจากนี้เบต้าแคโรทีนซึ่งอยู่ในกลุ่มแคโรทีนอยด์  ยังเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ  ทำหน้าที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน   ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์ป้องกันเนื้องอก   รวมทั้งมีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพด้านอื่นๆ  อีก เช่น ลดความเสี่ยงเกี่ยวกับการเสื่อมของตาเนื่องจากสูงอายุ   และต้อกระจก ลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งบางชนิด  ลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ  และหลอดเลือด</p>
<p>ทราบอย่างนี้แล้วเราจึงควรรับประทานผลไม้ให้ได้ปริมาณมากพอ แก่ความต้องการของร่างกาย   โดยควรรับประทานอาหารและผลไม้ให้หลากหลายชนิดและให้ได้สัดส่วนตามธงโภชนาการคือ  วันหนึ่งๆ  เราควรรับประทานผลไม้ให้ได้อย่างน้อยวันละ  4  ส่วนของปริณอาหารที่รับประทาน</p>
<p>ที่มา :  กองโภชนาการ  กรมอนามัย  กระทรวงสาธารณสุข เว็บไซต์</p>
<p><a href="http://nutrition.anamai.moph.go.th">http://nutrition.anamai.moph.go.th</a></p>
<p>เห็นข้อมูลนี้แล้ว  หันมามองตัวเอง ไม่อยากจะบอกไม่ได้หนึ่งส่วนของข้อมูลเลย  เพราะบ้างวันแทบจะไม่ได้ผลไม้เลย ไม่ต้องแยกว่าเป็นอะไรนะ รู้แบบนี้แล้วคงต้องหันมาดูแลสุขภาพของตัวเองให้มากขึ้น  คงต้องเริ่มปฎิบัติตนด้วยการกินผลไม้ให้ได้ตามสัดส่วนดังกล่าวเสียที  มารักตัวเองด้วยการดูแลสุขภาพกันเถอะ</p>
<p>rutsakorn</p>
<p><a href="http://www.snaturbysrithai.com/is=rutsakorn">http://www.snaturbysrithai.com/?is=rutsakorn</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/07/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>1 ปี 1 เดือน 6 วัน ที่ SNatur</title>
		<link>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/06/1-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-1-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-6-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-snatur/</link>
		<comments>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/06/1-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-1-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-6-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-snatur/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Jun 2009 02:15:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rutsakorn</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเดินทางสู่ความสำเร็จ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/?p=57</guid>
		<description><![CDATA[6  มิถุนายน  2552
หนึ่งปีกว่าที่ได้รู้จัก SNatur  ที่ให้ทั้งความสุข  ความสนุก  ถึงแม้บ้างครั้งคลุกเคล้าไปด้วยน้ำตาบ้าง ก็ตาม  แต่ที่นี้ก็เป็นที่ที่ทำให้เราเป็นเรามากที่สุด ได้เดินทาง ได้เพื่อนใหม่ ได้มุมมองชีวิตใหม่ ได้ทำในสิ่งที่ต้องการทำ  ได้ปรับเปลี่ยนชีวิต และอื่นๆ อีกมาย
SNatur  เปรียบได้เป็นมหาลัยแห่งการเรียนรู้ของดิฉันอย่างแท้จริง  วันแรกที่เดินเข้ามาสู่ครอบครัวนี้เพียงลำพัง  ก้าวแรกที่เข้ามาเกิดจากความศรัธทาในตัวของอัพไลท์ คือ พี่สายชล  ชัยบุรินทร์  และความมั่นใจในบริษัทว่ามั่นคง
แต่ลึกๆ สำหรับตัวเองแล้วยอมรับว่าลังเลภายในจิตใจเหลือเกินว่า  การตัดสินใจครั้งนี้ของตัวเองผิดหรือถูก เพราะในขณะที่รู้จัก SNatur เพื่อนๆ คนอื่นๆ  ที่เดินทางมาด้วยกันตลอดตัดสินใจไปอีกบริษัทหนึ่งแล้ว   และที่สุดที่ดิฉันเลือกที่นี้จึงต้องเดินเพียงลำพังคนเดียว
รู้จัก SNatur เมื่อประมาณมีนาคม 2551  จากพี่สายชล  โทรไปบอกว่าบริษัทศรีไทยซุปเปอร์แวร์จะเปิด MLM  ก็สนใจนะ  บอกพี่สายชลหาแผนการตลาดมาให้ดูหน่อยสิพี่  พี่สายชลก็แสนดีเหลือเกินหาให้ทันที่ทันใดเหมือนกัน  มองแผนครั้งแรกรู้สึกว่ายากจัง (แผนที่ยังไม่อัพเดทนะ) แต่พอมองคนในมือพี่สายชลนะ  คำนวณทันที่ว่าเป็นเงินแสนได้ทันที่เหมือนกัน   ไม่รอช้าโทรบอกพี่สายชลทันที่พี่เดียวนุชวางแผนให้เอานุชไปติดตัวพี่เลยนะ  ถ้าวันไหนเขามีบรรยายพี่โทรแจ้งนุชนิดหนึ่งนะ นุชอยากเข้าไปฟัง

วันแรกที่เข้าไปฟังบรรยายครั้งแรก ไม่ ok เท่าไรเลย  แต่บอกตัวเองว่าต้องฟังอีกสักรอบเพื่อความเข้าใจ  ครั้งที่ 2  ขอก๊อปข้อมูลทั้งหมดมาจากทีมงานที่ปรึกษา ซึ่งตอนนั้นจำไม่ได้จริงๆ ว่าชื่ออะไร  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>6  มิถุนายน  2552</p>
<p>หนึ่งปีกว่าที่ได้รู้จัก SNatur  ที่ให้ทั้งความสุข  ความสนุก  ถึงแม้บ้างครั้งคลุกเคล้าไปด้วยน้ำตาบ้าง ก็ตาม  แต่ที่นี้ก็เป็นที่ที่ทำให้เราเป็นเรามากที่สุด ได้เดินทาง ได้เพื่อนใหม่ ได้มุมมองชีวิตใหม่ ได้ทำในสิ่งที่ต้องการทำ  ได้ปรับเปลี่ยนชีวิต และอื่นๆ อีกมาย</p>
<p>SNatur  เปรียบได้เป็นมหาลัยแห่งการเรียนรู้ของดิฉันอย่างแท้จริง  วันแรกที่เดินเข้ามาสู่ครอบครัวนี้เพียงลำพัง  ก้าวแรกที่เข้ามาเกิดจากความศรัธทาในตัวของอัพไลท์ คือ พี่สายชล  ชัยบุรินทร์  และความมั่นใจในบริษัทว่ามั่นคง</p>
<p>แต่ลึกๆ สำหรับตัวเองแล้วยอมรับว่าลังเลภายในจิตใจเหลือเกินว่า  การตัดสินใจครั้งนี้ของตัวเองผิดหรือถูก เพราะในขณะที่รู้จัก SNatur เพื่อนๆ คนอื่นๆ  ที่เดินทางมาด้วยกันตลอดตัดสินใจไปอีกบริษัทหนึ่งแล้ว   และที่สุดที่ดิฉันเลือกที่นี้จึงต้องเดินเพียงลำพังคนเดียว</p>
<p>รู้จัก SNatur เมื่อประมาณมีนาคม 2551  จากพี่สายชล  โทรไปบอกว่าบริษัทศรีไทยซุปเปอร์แวร์จะเปิด MLM  ก็สนใจนะ  บอกพี่สายชลหาแผนการตลาดมาให้ดูหน่อยสิพี่  พี่สายชลก็แสนดีเหลือเกินหาให้ทันที่ทันใดเหมือนกัน  มองแผนครั้งแรกรู้สึกว่ายากจัง (แผนที่ยังไม่อัพเดทนะ) แต่พอมองคนในมือพี่สายชลนะ  คำนวณทันที่ว่าเป็นเงินแสนได้ทันที่เหมือนกัน   ไม่รอช้าโทรบอกพี่สายชลทันที่พี่เดียวนุชวางแผนให้เอานุชไปติดตัวพี่เลยนะ  ถ้าวันไหนเขามีบรรยายพี่โทรแจ้งนุชนิดหนึ่งนะ นุชอยากเข้าไปฟัง</p>
<p style="text-align: center"><img class="size-full wp-image-28 aligncenter" src="http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/files/2009/06/img_6895-2.jpg" alt="img_6895-2" width="425" height="567" /></p>
<p>วันแรกที่เข้าไปฟังบรรยายครั้งแรก ไม่ ok เท่าไรเลย  แต่บอกตัวเองว่าต้องฟังอีกสักรอบเพื่อความเข้าใจ  ครั้งที่ 2  ขอก๊อปข้อมูลทั้งหมดมาจากทีมงานที่ปรึกษา ซึ่งตอนนั้นจำไม่ได้จริงๆ ว่าชื่ออะไร  แล้วเอากับมาศึกษาเองที่บ้านอยู่ระยะหนึ่ง ไม่เก็ตเลย ยังมีความรู้สึกว่ายากมาก เป็นแผนที่เห็นแก่ตัวมากเพราะต้องหน้ากว้างเยอะ ในขณะที่ตัวเองเป็นคนที่ทำงานเชิงลึก  แต่ก็เกรงใจพี่สายชล  ไปซื้อสินค้ามาทดลองใช้ดูเพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจ   และไปฟังแผนการตลาดซ้ำอีกครั้ง คราวนี้ได้รู้จักที่ปรึกษาท่านหนึ่ง ชื่อ คุณพิชัย ก็ขอเบอร์โทรไว้  (ทำยังกับว่าจะโทรหา) เพื่อจะได้คุยหากมีข้อสงสัย  หลังจากขอเบอร์เขามาเราก็หายไปเลย</p>
<p>สองเดือนกว่าๆ  ที่ห่างหายจาก SNatur  และก็เป็นช่วงที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิตตัวเอง  ทั้งเรื่องครอบครัว ทั้งเรื่องของการเปลี่ยนค่าย  ที่สุดก็โทรหาคุณพิชัย  ตัวเราเองก็อยากได้ความมั่นใจอะไรบ้างอย่าง จำไม่ได้จริงๆ  ว่าวันนั้นคุยอะไรกับคุณพิชัยไปบ้าง รู้แต่ว่าคุยกันนานมากเพราะเรามีคำถามที่ค้างคาอยู่ในเยอะจริงๆ</p>
<p>ก็คุยกับคุณพิชัยอยู่อีกประมาณอาทิตย์ถึงสองอาทิตย์ ถึงจะตัดสินใจเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง  คราวนี้ไปเจอที่ปรึกษาอีกท่าน ตอนนั้นความรู้สึกว่าเด็กเหลือเกิน จะรับมือกับพวกเสือสิงห์กระทิงแรดไหวเหรอเนี่ย  วันนั้นก็ขอคุยกับน้องคนนี้ ถามเขาตรงๆ  จริงๆ ว่าหัวใจของแผนที่นี้คือตรงไหน วันนี้นั้นน้องคนนั้นให้ข้อมูลค่อนข้างละเอียด แต่ตัวเราเองก็ยังไม่เคลียร์ในใจออกไปได้ทั้งหมด   ยังไม่ได้บอกเลยน้องที่ว่าก็  คุณเอื้ออารี  ต่อเนื่อง  ที่ปรึกษาอีกท่านหนึ่งของ SNatur  ซึ่งอายุน้อยจริงๆ  แต่เมื่อได้ทำงานร่วมกันมากขึ้น อายุกับความสามารถต่างกันมากเหลือเกิน</p>
<p>ที่สุด &#8230; ประมาณเดือนมิถุนายน 2551  ก็เป็นวันที่ต้องเลือกระหว่างมิ่ตรภาพกับสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่าจะสร้างและสานความฝันของตัวเองได้  เมื่อถึงวันที่ตัดสินใจเลือก  สิ่งหนึ่งที่ไม่ลังเลเลยก็คือการลงมือทำทันที โดยไม่มีข้อแม้ ไม่มีข้ออ้าง  เข้าไปเรียนรู้เท่าที่ทำได้  ฝึกเขียนแผนของที่นี้จนมั่นใจว่าสามารถถ่ายทอดต่อผู้อื่นได้แล้วก็ลงทำงานพื้นฐานทันที</p>
<p>กรกฎาคม 2551 จำได้ว่าใครโทรมาหาเราก็จะบอกทุกคนว่าทำธุรเครือข่ายกับศรีไทยซุปเปอร์แวร์อย่างเต็มปากเต็มคำ  จากที่เมื่อก่อนไม่กล้าที่จะบอกใครเพราะตัวเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกที่นี้หรือป่าว   เมื่อพูดอย่างชัดเจนชัดถ้อยชัดคำ ก็เริ่มจะมีคนให้ความสนใจ ช่วงแรกก็พูดผิดพูดถูกก็พูดไปเรื่อยๆ  ถือเสียว่าไม่มีใครรู้เท่าเราแล้ว SNatur  ก็เริ่มมีผู้ตกลงร่วมชะตากรรม (ล้อเล่น) ผู้ที่ต้องการตามฝันของตัวเองเช่นเรา เริ่มจากพี่สาวเราเอง  พี่อร พี่ติ๋ว  เพื่อนบล  และอีกหลายๆ คน สุดท้ายเงียบกันไปหมด  มาเจอดาวดวงแรก ก็อาจารย์วิไล และอาจารย์จำนงค์ ที่เชียงใหม่ ที่ตัดสินใจในทันที่ที่เราบอก ตามมาด้วยเพื่อนแต๋ม ที่ยังไม่รู้อะไรเลยก็สมัครมาแล้ว</p>
<p>เริ่มทำงานกับคุณแต๋มที่สมุทรปราการ  กันอย่างสนุกสนาน เรารู้สึกเพียงความอบอุ่น ความเป็นกันเองของทีมที่ปรึกษา และเพื่อนร่วมธุรกิจที่แปลกหน้ากัน แต่พูดคุยกันได้อย่างดี  ไม่มีเล่เหลี่ยมให้ต้องระวังตัวเอง  ที่สำคัญพี่สายชลซึ่งเป็นพี่เลื้ยงที่ดีมาก คอยให้ข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ คนที่ปวดหัวกับดิฉันมากที่สุดเห็นจะมีสองท่าน ก็พี่สายชลและคุณพิชัย ที่ดิฉันจะมีปัญหาเกิดขึ้นทุกวัน หาคำตอบให้กับผู้มุ่งหวังไม่ได้ก็ต้องโทรถามกันทั้งวัน  วันละหลายๆ  รอบ   แต่ก็ทำให้ตัวเองเกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น เพราะทุกครั้งที่เราโทรทางที่ปรึกษาก็รับสายและเคลียร์ข้อข้องใจของเราได้ทุกครั้ง</p>
<p>ที่สุดตัดสินใจ 100%  เต็ม ก็ขึ้นเชียงใหม่ไปคุยรายละเอียดให้ทั้งอาจารย์วิไลและอาจารย์จำนงค์รับรู้อย่างละเอียดยิบ  ครั้งแรกที่ไปก็มีแค่สองท่าน  กลับมาไม่ถึงอาทิตย์ก็ต้องขึ้นไปอีกรอบ  เพราะอาจารย์ทั้งสองท่านบอกว่านัดผู้มุ่งหวังไว้ให้ประมาณ 5-6 คน ก็ขึ้นไปอีกรอบหนึ่ง  ก็ดีที่ตัดสินใจขึ้นไปอีกครั้งหนึ่ง ก้มีผู้ที่สนใจและตัดสินใจทำธุรกิจกับเราทันที่ 3 ท่าน</p>
<p>มี 2 ท่านตามลงมาที่กรุงเทพฯ เพื่อดูบริษัท  และต้องการพูดคุยกับทีมบริหาร ก็จัดให้ได้พบกับทีมที่ปรึกษาที่กรุงเทพ  ส่วนตัวเองต้องเดินทางไปลำปางเพื่อพูดคุยกับผู้มุ่งหวัง ของอาจารย์จำนงต่อ  กว่าจะออกจากลำปากก็ ห้าโมงเย็นแล้ว ในขณะที่มีอีกนัดที่พิจิตร  6 โมงเย็น เป็นอันว่าต้องโทรไปเลื่อนนัด เป็นเช้าอีกวัน ไปถึงพิจิตรประมาณเกือบสามทุ่มเศษ  กว่าจะหาที่พักได้เล่นเอาเหนี่อย  แต่ที่ยิ่งกว่าเหนื่อยก้เรื่องตื่นเต้นของตัวเอง  จะมีอะไรละนอกจากกลัวผี ไม่ให้กลัวได้งัย  สองข้างทางที่เข้าไปในเขตอำเภอที่นัดหมายตลอดเส้นทางที่มีศาลาพัก  ทุกศาลามีผ้าเขียว ผ้าแดง ผ้าเหลือง หลากสีผูกเอาไว้ไม่ใช่ผืนสองผืนนะค่ะ  เล่นกันเป็นร้อยทีเดียวเชียว ไม่เจอกะตัวไม่รู้  อยากรู้มาเป็นทีมงานกันเมื่อไรจะพาไปสัมผัส ถ้าแน่ต้องทำ SNatur</p>
<p>กว่าจะหาที่พักได้ปาเข้าไป ห้าทุ่มเกือบเที่ยงคืน  เช้าก็ต้องตื่น หกโมงเช้า เพราะนัดหมายกันไว้ 7 โมงเช้า   ไปถึงบ้านผู้มุ่งหวังนั่งรอกันเพียบ  แต่ไม่มีอะไรที่จะเอื้อเหลือช่วยให้เราได้ทำงานเลย  ก็เล่นกันแบบฉายหนังกลางแปลงเลย  นักเรียนนั่งรอบวง เดียวคุณครูจะเล่าให้ฟัง  จริงๆ  นะใช่เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงในการพูดคุย  สรุปไม่ได้อะไรเลยจริงๆ  ที่ได้คือฉันอยากเปลี่ยนสินค้าบ้างตัว เฮอ     ที่สุดก็เลยเข้าไปไหวพระที่วัดใกล้ๆ  วัดนี้สวยจังเสียดายจำชื่อไม่ได้  จำได้จะมาบอกวันหน้าละกัน</p>
<p>ไหว้พระเสร็จก็รีบบึงกลับกรุงเทพ  เพื่อมารับรองแขก 2 ท่านที่ลงมาจากเชียงใหม่  แวะซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนชุดสวย น้องคนขายเอาเสื้อไปรีดให้แบบงง คงสงสัยว่าเอาแน่หรือ เป็นการเดินทางที่สนุกสุดๆ  จริงๆ </p>
<p>และก็เดินทางขึ้นเชียงใหม่อีกหลายๆ  ครั้งเพื่อจัด OPP  ทุกครั้งของการเดินมีความสุขมากๆ  ได้ไปไหว้พระ ได้ท่องเที่ยวซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบที่สุด  จะมีอาชีพอะไรให้เราได้เท่า งานเครือข่ายไม่มี  งานสำเร็จพร้อมกับการท่องเที่ยว  อิ่มหนำสำราญกับอาหารพื้นเมือง  เฮอ  สุขใดจะเท่า</p>
<p>เริ่มมีองค์กรมากขึ้นๆๆๆ   โทรศัพท์ไม่ได้วางเลย  วันไหนไม่มีเสียงโทรศัพท์เป็นเรื่องแปลกที่สุด  ทำให้ต้องคิดหนักทันที ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่รีรอโทรหาทุกคนทันที</p>
<p>ตอนนี้องค์กร เริ่มแตกไปทั่วทุกภาค ตัวเราเองก็เริ่มที่จะไม่รู้จักคนในองค์กรแล้ว  ก็ประมาณ  2300 กว่าคน ถ้าจำได้หมดคงเวอร์ไปหน่อย ที่พอจะจำกัดได้ก็ที่ได้ลงไปทำงานพื้นฐานกัน  กินนอนอยู่ด้วยกันบ้างวันไม่ได้กินก็มี ไม่ใช่ไม่มีตังค์นะจะบอกให้(แค่ตังค์ไม่พอ)ก็จะมีเวลาไหนกันเล่นเข้าไปในป่าสวนยาง ในเขาอย่างนี้</p>
<p>สุดคุ้มกับการตัดสินใจมาที่นี้วันนี้นุชมีเพื่อนเพิ่มขึ้น  คนรู้จักมากขึ้น ที่สำคัญเงินในกระเป๋ามากขึ้น  กำไรขั้นต้นก็ได้เที่ยวทั่วไทยไม่ไปไม่รู้ ทีมที่ปรึกษาทั้งสามท่าน  คุณประเสริฐ   คุณพิชัย  คุณเอื้ออารี   เป็นทีมที่ปรึกที่น่ารักมากๆ  จากที่ตัวเองได้ทำงานมาก็ไม่มากสามสี่บริษัทเท่านั้นเอง  แต่ที่ทีมบริหารทำให้เราอยากอยู่ที่นี้  ที่ซึ่งหลายครั้งเราตามหาและปรารถนาจะได้มาได้ไม่เคยได้จากที่ไหน  สิ่งที่ว่าคือ บ้านหลังสุดท้ายที่มีความมั่นคงแบบยั่งยืนอย่างแท้จริง   เพราะทั้งสามท่านทำให้รู้สึกได้อย่างแท้จริง</p>
<p>การลงไปลุยทำงานกับเราทุกที  โดยไม่เคยสักครั้งที่บ่นว่าเหนื่อย  หรือท้อ  ทุกคำขอตอบรับและทำให้ด้วยความเต็มใจ  โดยไม่มีข้อแม้ ไม่เคยแม้แต่จะพูดให้เราเสียใจ  ถ้าเมื่อทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง</p>
<p>ดึกแล้วพรุ่งนี้เขียนต่อนะ   บายๆ  นอนแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/06/1-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-1-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-6-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-snatur/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การวางเป้าหมาย</title>
		<link>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Jun 2009 01:23:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rutsakorn</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเดินทางสู่ความสำเร็จ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/?p=36</guid>
		<description><![CDATA[
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการทำงาน</title>
		<link>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/06/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/06/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Jun 2009 01:23:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rutsakorn</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเดินทางสู่ความสำเร็จ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/?p=33</guid>
		<description><![CDATA[
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/06/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>รางวัลแห่งความมุ่งมั่น</title>
		<link>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/06/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/06/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Jun 2009 01:19:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rutsakorn</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเดินทางสู่ความสำเร็จ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/?p=27</guid>
		<description><![CDATA[6  มิถุนายน  2552
รายชื่อ และหน้าตา ของผู้มุ่งมั่นประจำเดือน พ.ค/52  รางวัลแห่งความสำเร็จเป็นของพวกคุณ  เหมาะสมแล้ว

ตำแหน่ง  Manager

คุณดรุษกร    นิรปัทว์
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left">6  มิถุนายน  2552</p>
<p style="text-align: left">รายชื่อ และหน้าตา ของผู้มุ่งมั่นประจำเดือน พ.ค/52  รางวัลแห่งความสำเร็จเป็นของพวกคุณ  เหมาะสมแล้ว</p>
<p style="text-align: center">
<p style="text-align: center">ตำแหน่ง  Manager</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-68" src="http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/files/2009/06/img_6999-1-300x225.jpg" alt="img_6999-1" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: center">คุณดรุษกร    นิรปัทว์</p>
<p style="text-align: center">. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .</p>
<p style="text-align: center">ตำแหน่ง   Supervisor</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-70" src="http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/files/2009/06/img_6995-1-300x225.jpg" alt="img_6995-1" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: center">คุณปุณยวีร์  รุ่งถาวรทวีพัฒน์</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-69" src="http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/files/2009/06/img_6993-1-300x225.jpg" alt="img_6993-1" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: center">คุณนิตย์รดี</p>
<p style="text-align: center">. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .</p>
<p style="text-align: center">ตำแหน่ง    Rising Star</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-71" src="http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/files/2009/06/img_6985-1-300x225.jpg" alt="img_6985-1" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: center">คุณศดานันท์   อาญาเสน</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-73" src="http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/files/2009/06/img_6986-1-300x225.jpg" alt="img_6986-1" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: center">คุณนลินี  วงศ์ปิยะนันต์</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-72" src="http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/files/2009/06/img_6987-b-300x225.jpg" alt="img_6987-b" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: center">น้องบี</p>
<p style="text-align: center"><img class="aligncenter size-medium wp-image-74" src="http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/files/2009/06/img_6984-1-300x225.jpg" alt="img_6984-1" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: center">น้องอี๊อี๋</p>
<p style="text-align: center">. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/06/%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ตารางนัดหมาย</title>
		<link>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/05/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/05/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2009 10:48:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>rutsakorn</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<category><![CDATA[ส่วนตั๊วส่วนตัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/?p=12</guid>
		<description><![CDATA[การตรงต่อเวลา
เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนที่ทำธุรกิจ และเชื่อว่าทุกคนคงเห็นความสำคัญทุกครั้งของการนัดหมาย ไม่ว่าการนัดหมายนัดจะเกิดจากตัวเราเองเป็นผู้นัดหมาย หรือ คนอื่นเป็นผู้นัดหมายก็ตาม เพราะหากเราตกลงรับนัดหมายแล้วต้องให้ความสำคัญ
หากมีการเลื่อนการนัดหมายให้โทรแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ที่เรานัดหรือคนที่นัดหมายเราจะได้ไม่ต้องเสียเวลา  เพราะเวลาเป็นสิ่งมีค่า

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2552
น้องเตือน 10.00 น. บิ๊กซีบางพลี
พี่ติ๋ว 13.00 น. พัทยา
วันอาทิตย์ 7 มิถุนายน 2552
สำนักงานใหญ่ 13.00 น. ทีมงานคุณแต๋ม และ ทีมงานคุณเอื้อง
วันจันทร์ 8 มิถุนายน 2552
เทรนนิ่ง 08.00 - 16.00 น. สำนักงานใหญ่
วันพุธ 10 มิถุนายน 2552
ประชุมประจำเดือนหน่วยซุปเปอร์แวร์ 10.00 น.
วันพฤหัส 11 มิถุนายน 2552
เปิดสาขาชลบุรีอย่างเป็นทางการ 09.00 - 17.00 น.
วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2552
เดินทางไปประชุมที่สุรินทร์
วันเสาร์ 13 มิถุนายน 2552
OPP สี่ภาค จังหวัดสุรินทร์
วันจันทร์ 15 มิถุนายน 2552
เดินทางไปใต้
วันอังคาร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left">การตรงต่อเวลา</p>
<p style="text-align: left">เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนที่ทำธุรกิจ และเชื่อว่าทุกคนคงเห็นความสำคัญทุกครั้งของการนัดหมาย ไม่ว่าการนัดหมายนัดจะเกิดจากตัวเราเองเป็นผู้นัดหมาย หรือ คนอื่นเป็นผู้นัดหมายก็ตาม เพราะหากเราตกลงรับนัดหมายแล้วต้องให้ความสำคัญ</p>
<p style="text-align: left">หากมีการเลื่อนการนัดหมายให้โทรแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ที่เรานัดหรือคนที่นัดหมายเราจะได้ไม่ต้องเสียเวลา  เพราะเวลาเป็นสิ่งมีค่า</p>
<p style="text-align: center"><img class="size-full wp-image-84 aligncenter" src="http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/files/2009/06/dsc_0328-201x300.jpg" alt="dsc_0328-201x300" width="201" height="300" /></p>
<p style="text-align: left">วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2552<br />
น้องเตือน 10.00 น. บิ๊กซีบางพลี<br />
พี่ติ๋ว 13.00 น. พัทยา<br />
วันอาทิตย์ 7 มิถุนายน 2552<br />
สำนักงานใหญ่ 13.00 น. ทีมงานคุณแต๋ม และ ทีมงานคุณเอื้อง</p>
<p style="text-align: left">วันจันทร์ 8 มิถุนายน 2552<br />
เทรนนิ่ง 08.00 - 16.00 น. สำนักงานใหญ่</p>
<p style="text-align: left">วันพุธ 10 มิถุนายน 2552<br />
ประชุมประจำเดือนหน่วยซุปเปอร์แวร์ 10.00 น.</p>
<p style="text-align: left">วันพฤหัส 11 มิถุนายน 2552<br />
เปิดสาขาชลบุรีอย่างเป็นทางการ 09.00 - 17.00 น.</p>
<p style="text-align: left">วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2552<br />
เดินทางไปประชุมที่สุรินทร์</p>
<p style="text-align: left">วันเสาร์ 13 มิถุนายน 2552<br />
OPP สี่ภาค จังหวัดสุรินทร์</p>
<p style="text-align: left">วันจันทร์ 15 มิถุนายน 2552<br />
เดินทางไปใต้</p>
<p style="text-align: left">วันอังคาร 16 มิถุนายน 2552<br />
ทำโฮมปาร์ตี้สายน้องบีที่จังหวัดพัทลุง เดินทางไปนอนที่สตูล</p>
<p style="text-align: left">วันพุธ 17 มิถุนายน 2552<br />
จัด OPP 18.00 - 20.00 น.</p>
<p style="text-align: left">วันพฤหัส 18 มิถุนายน 2552<br />
ส่งคุณพิชัยกลับกรุงเทพ ส่วนเราก็ทำงานต่อที่สุราษฯ</p>
<p style="text-align: left">วันศุกร์ 19 มิถุนายน 2552<br />
เดินทางกลับกรุงเทพ</p>
<p style="text-align: left">วันเสาร์ 20 มิถุนายน 2552<br />
แจงยอดที่สำนักงานใหญ่</p>
<p style="text-align: left">วันอาทิตย์ 21 มิถุนายน 2552<br />
OPP สี่ภาคที่จังหวัดชลบุรี</p>
<p style="text-align: left">วันพุธ 24 มิถุนายน 2552<br />
ประชุมหน่วยที่สำนักงานใหญ่</p>
<p style="text-align: left">วันพฤหัส 25 มิถุนายน 2552<br />
นัดหมายทีมงานทั้งหมดที่สาขารังสิต จัดทำ Opp ประชุมกลุ่ม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://snaturbysrithai.com/blog/rutsakorn/2009/06/05/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
