ฉันนั้นเป็นชาวเขา ฉันนั้นมาจากดอย อิอิ … (ภาคต่อ)

ฉันเอง ไม่สวยแต่เลือกได้ No Comments »

จากครั้งที่แล้วที่เล่าให้ฟัง ว่าขวัญทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตนั้น ก็ได้คนมาเรื่อยๆ นะ บางคนก็เป็นแม่ทีม บางคนก็เป็นคนที่อยากทำธุรกิจผ่านอินเตอร์เน็ต บางคนก็ไม่เคยทำเครือข่ายมาก่อน บางคนก็ทำมาบ้างแล้ว ก็ว่ากันไป ไม่อยากจะบอก (อิอิ) ตอนนี้มีทีมงานที่ลาวแล้ว และที่สำคัญเขากำลังขออย. ที่ลาวกันแล้วคับพี่น้อง ก็เป็นเรื่องที่ดีค่ะ ที่ขวัญมาได้ไกลขนาดนี้ เรื่องงานก็ราบรื่นกันดี

แต่ทุกอย่างใช่ว่าจะสวยงามไปหมดนะคร๊า บางคนที่มาทำงานด้วยโดยที่เรามีการเทรนให้นั้น ไม่รู้ว่าเขาเกิดเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า เพราะเขาไปโพสแค่เพียงวันละเว็บสองเว็บเอง ก็สงสัยว่าทำไมไม่มีคนโทรมาหรือมาสมัครสักที บางคนก็ได้คนมา แต่พอเขาไม่ยอมตกลงปลงใจด้วย ก็เกิดอาการฝ่อ หมดกำลังใจไปสะงั้น ตรงนี้ขวัญขอบอกเอาไว้เลยว่า ถ้าคุณมีทุนน้อย อาศัยการโพสฟรีอย่างเดียวนั้น คุณต้องขยันโพสทุกวัน และต้องวันละหลายๆ เว็บด้วย ไม่ใช่โพสแค่เว็บเดียวแล้วมานั่งรอ นอนรอคนมาสมัคร แล้วก็มาบ่นว่าทำไมไม่มีคนมาสมัคร มันก็เกินไปมั้ง เพราะถึงแม้ว่าเว็บที่คุณโพสนั้นจะเป็นเว็บที่เป็นที่นิยมมากมาย แต่บางคนที่เขาสนใจก็ไม่ได้เข้ามาไง เขาก็เข้าเว็บอื่นไป บางครั้งการที่เราไปโพสเว็บที่เขาให้โพสฟรีนั้นมันตกกระทู้เร็วมาก (ใครๆ ก็โพสเว็บฟรีกันทั้งนั้นแหละ กระทู้มันเยอะไง เลยตกกระทู้หน้าแรกไวไง) ฉะนั้นต้องขยันให้มากๆ (ที่ขวัญพูดแบบนี้ก็เพราะว่าขวัญก็ขี้เกียจเหมือนกัน พอได้คนมาแล้วเหริง หยุดโพสไปหลายๆ วันสะงั้น จนอัพไลน์ด่า แล้วค่อยมาโพสต่อ แหะๆ ก็คนมันขี้เกียจอ่ะเนาะ) โพสหลายๆ เว็บเอา จะได้มีคนมาอ่านเยอะๆ กลุ่มเป้าหมายก็เยอะตามไปด้วย

บางคนเขาก็โพสเยอะนะ แต่สงสัยไหมว่าทำไมไม่มีคนมาสมัครเลย นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าข้อความที่เอาไปโพสนั้นอาจจะยังไม่มีแรงดึงดูดความสนใจมากพอ หรือคุณอาจจะลืมให้ข้อมูลในการติดต่อเอาไว้ ฉะนั้นต้องดูให้ดี และหา คิด ข้อความที่มันโดนๆ มาโพสนะคร๊า

วันนี้ขวัญมีวิธีการที่ทำให้โพสเร็วมาบอก บางคนอาจจะรู้แล้ว แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้ (คนที่รู้แล้วอย่าว่ากันนะค๊า)ก็คือ

1. ไปหารายชื่อเว็บที่เขาให้ลงประกาศฟรีใน Google มา แล้วจัดเก็บไว้ใน Microsoft Word หรือ Microsoft Excel ไว้ จะได้ไม่เสียเวลาไปหาใหม่ในทุกๆ ครั้งที่จะลงประกาศ

2.  คุณพิมพ์ข้อความที่จะลงประกาศใส่ Microsoft Word ไว้ก่อนเลย แล้วค่อย Copy ไปวางในหน้าที่ลงรายละเอียดของประกาศ (จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาพิมพ์ซ้ำๆ กันหลายๆ เว็บไง)

3. บางเว็บที่เขาให้เลื่อนประกาศโฆษณาได้ คุณก็เลื่อนไปเหอะ ไม่ต้องไปพิมพ์ใหม่ ให้เสียเวลาหรอก

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถลงประกาศได้หลายเว็บมากขึ้นในแต่ละวันแล้วจ้า และไม่เหนื่อยด้วย สู้ๆ กันต่อไป เหนื่อยก็พักก่อน พอหายเหนื่อยก็โพสต่อนะคร๊า

10012010353

ถ้าใครสนใจอยากทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต หรืออยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติม ก็ถามได้คร๊าที่ 0853563383 หรือ www.snaturbysrithai.com

รักเธอหมดใจ… แต่เธอมีเจ้าของแล้ว

ความรัก... ที่แสนเจ็บปวด 1 Comment »

ขวัญเอ๋ยขวัญเจ้าคนดีที่พี่รัก


แม้รู้จักกันมาไม่นานเนิ่น


แต่ยิ่งใกล้ก็ยิ่งรักเจ้าเหลือเกิน


ยามห่างเหินก็คิดถึงแทบขาดใจ


เมื่อก่อนนี้พี่อยู่ได้ไม่มีเจ้า


มาวันนี้คำว่าเรามีความหมาย


พี่สัญญาว่าจะรักเจ้าจนตาย


มิเสื่อมคลาย มิพลัดพราก มิจากกัน…


คิดถึงทุกวัน  ฝันถึงทุกคืน


ยามหลับยามตื่น คิดถึงแต่เธอ


ไม่รู้ทำไม  หัวใจพี่เพ้อ


พร่ำหาแต่เธอ  รู้ไหมคนดี


แม้ตัวอยู่ไกล  หัวใจคิดถึง


เพ้อพร่ำรำพึง  ถึงขวัญของพี่


วันนี้ยิ่งรัก  รักมากทวี


รักขวัญคนดี  ของพี่คนเดียว…


จากกันทั้งๆ ที่ยังรักกันมันทรมาน มันเจ็บปวด ก็ไม่อยากให้มันจบลงแบบ

นี้ แต่เราทำผิดมามากพอแล้วจำต้องจากกัน ทั้งๆ ที่รักเหลือเกิน

Mangostana Queen of Fruits

Uncategorized No Comments »

แซนโธน เอ็กซ์แทร็กซ์ (Xanthone Extract)

สารสกัดจากมังคุด ราชินีของผลไม้
หนึ่งในผลผลิตจากนวัตกรรมคำขอสิทธิบัตร เลขที่ 0801000391
กรรมวิธีการผลิตมังคุดผงอบแห้งแบบแช่แข็งครบวงจร

จากการค้นคว้าวิจัยของสวนอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จึงได้เกิดนวัตกรรมล่าสุด ในการสกัดสารแซนโธน (Xanthone) จากเปลือกในของมังคุด ซึ่งนอกจากจะได้สารสกัดสำคัญ คือ แซนโธน ในปริมาณสูงแล้ว ยังประกอบไปด้วยสารสำคัญอื่นๆ ที่มีประโยชน์นานัปการ เช่น alpha-mangostin, 8-desoxygartanin, gartnin beta-mangostin,
3-mangostin, and 9-hydroxycalabaxanthone

ด้วยความร่วมมือระหว่างบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โครงการประสานความร่วมมือในการพัฒนาผลงานวิจัย มจธ. จากหิ้งสู่ห้าง ในกระบวนการแปรรูปมังคุดครบวงจร จึงได้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการนำเอานวัตกรรมล่าสุดจากคำขอสิทธิบัตรมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ SNatur (เอสเนเจอร์)
ทั้งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ถนอมผิวและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่เหมาะสม สำหรับสมาชิกทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่นวัตกรรมและผลไม้ของประเทศไทย ให้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

ผลจากงานวิจัยพบว่าสารสกัดแซนโธนจากเปลือกชั้นในของมังคุดนั้นมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่มีประสิทธิภาพสูง (Super Antioxidant) ซึ่งมีสรรพคุณในการชะลอความชรา (Anti-aging) ด้วยการป้องกันการระคายเคืองต่อผิวและช่วยลดการทำลายเซลล์ มีสรรพคุณทำให้ผิวพรรณแต่งตึงยกกระชับ (Skin Firming & Tightening) ผิวขาวกระจ่างใส (Strong Whitening Effect) ด้วยการลดปริมานของเม็ดสีที่ผิวหนัง (Pigmentations Lightening) และช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต (Blood Circulation Enhancement) ทั้งยังช่วยลดปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิว ป้องกันสิวอักเสบ รวมถึงการขจัดต้นเหตุของการเกิดรอยแผลเป็น และมีสารแทนนิน (Tannin) อยู่ในปริมาณ 2-3% ซึ่งเป็นอัตราที่เหมาะสมในการช่วยสมานผิวให้รูขุมขนเรียบเนียนกระชับและต้านการอักเสบอันเกิดขึ้นจากสาเหตุต่างๆ

xan-revitalizing_day_moisturizer1

นอกจากนี้ สารสกัดจากเปลือกชั้นในของมังคุดยังมีคุณสมบัติทางยาอีกมากมาย มีงานวิจัยทั่วโลกยืนยันว่า สามารถป้องกันโรคภูมิแพ้ บำรุงสมอง และลดภาวะอาการซึมเศร้า ลดการอักเสบและความเจ็บปวดจากข้อต่อต่างๆ แซนโธนสามารถยับยั้งการเจริญของเนื้องอกได้ สามารถต่อต้านการเกิดมะเร็งในตับ ในปอด และมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ยังมีการพบอีกว่า มีผลในการยับยั้งฤทธิ์ของจุลินทรีย์หลายชนิด และช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ให้ผลเสียต่อร่างกาย และยังมีสรรพคุณในการสมานแผล ช่วยให้แผลหายเร็ว เช่น ใช้รักษาบาดแผลผุพอง แผลเน่าเปื่อย แผลเป็นหนอง และรักษาโรคผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมโทร 085-3563383 หรือ www.snaturbysrithai.com

ฉันนั้นเป็นชาวเขา ฉันนั้นมาจากดอย อิอิ …

ฉันเอง ไม่สวยแต่เลือกได้ 2 Comments »

ฉันนั้นเป็นชาวเขา ฉันนั้นมาจากดอย อิอิ …

010120092905

ฉันเป็นชาวเขาจริงๆ นะ มีพี่น้อง 5 คน ฉันเป็นคนที่ 1 และฉันก็เพิ่งเรียนจบ เมื่อเดือนมีนาคม 2552 ยังไม่ได้รับปริญญาเลย ก็ต้องมาเจอกับปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งเศรษฐกิจในครอบครัวและเศรษฐกิจโลก มันเป็นวิกฤตอ่ะนะ ฉันก็เลยไม่ได้งานทำ ทำไงได้ มันเป็นปัญหาของทั้งโลกนี่นา

ก่อนที่ฉันจะเรียนจบ ปีสุดท้ายฉันมีปัญหากับ … และนี่ก็ทำให้ฉันได้มารู้จักกับผู้ชายคนหนึ่ง เขาแนะนำฉันเรื่องธุรกิจขายตรง ก็คือ เอสเนเจอร์ของเรานี่หละ แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายหรอก เพราะฉันมองไม่เห็น นึกไม่ออกว่า ฉันจะทำได้อย่างไร เพื่อนฉันยังไม่กล้าคุยเลย แล้วฉันจะไปชวนใครล่ะ ??? และช่วงนั้นฉันก็ต้องไปฝึกงานไกลถึงจังหวัดอุบลราชธานีโน่นนน … (ใกล้จบแล้วอ่ะนะ ก็ต้องพยายามหน่อย) พอฝึกงานเสร็จฉันก็ย้ายมากรุงเทพเลย ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้กลับมหาวิทยาลัย (อ่ะนะ … มาปั่นรายงานที่ต้องส่งโรงพยาบาลที่ฝึกงาน แหะๆ)

ฉันก็เริ่มมีปัญหากับพ่อแม่ เพราะพ่อแม่อยากให้ฉันทำงานราชการ แต่ฉันไม่อยากทำ มันน่าเบื่อ ต้องตื่นแต่เช้า คุยโทรศัพท์ก็ไม่ได้ ทำโน่น ทำนี่ อยู่ในกฎระเบียบ ไม่หมดเวลาทำงาน ก็กลับบ้านไม่ได้ (ไม่ชอบอ่ะ มันน่าเบื่อ) ฉันก็เลยมาคุยกับพี่ที่เขาแนะนำให้รู้จักกับธุรกิจเอสเนเจอร์ ฉันเริ่มสนใจ และตั้งใจว่ายังไงฉันจะต้องทำให้ได้ แต่ฉันก็ยังงงว่าจะทำได้อย่างไรกัน คุยกับเพื่อน กับคนรู้จัก บางคนเขาก็ไม่สนใจเลย บางคนทำเป็นสนใจ แต่ก็ไม่ยอมมาตามที่นัด ฉันท้อ … เลยคิดว่าจะไม่คุยกับคนรู้จักแล้ว จะไม่คุยเรื่องนี้กับพวกเขาอีก พี่เขาก็เลยแนะนำให้ฉันลองมาทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตดู โพสหาคนจากอินเตอร์ ใช้ Hi5, Face Book และเว็บบล็อก เป็นเครื่องมือช่วยในการทำงาน แนะนำธุกิจให้กับคนที่ไม่รู้จัก แต่ต้องการมีรายได้ ส่วนคนรู้จักก็เอาไว้แค่นั้น คบกันเหมือนเดิม แต่ไม่คุยเรื่องธุรกิจ …

ฉันก็เลยมาตั้งหน้าตั้งตาโพส ทำงานด้วยอินเตอร์เน็ต ซึ่งขยันมาก โพสวันละ 5 เว็บ 10 เว็บ ก็ยังอุตส่าห์ฟลุ๊กได้คนมาร่วมทำธุรกิจตั้ง 2 คน แม้จะยังไม่มาก แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี เพื่อนๆ ในทีมงานที่ทำงานร่วมกับฉัน ต่างก็ได้สมาชิกมาร่วมงานเช่นกัน มันก็ไม่ยากอ่ะนะ …

แต่ต่อจากนี้ไปฉันจะตั้งใจ ตั้งหน้าตั้งตาทำให้มากกว่านี้ เพราะฉันรู้แล้วว่าการทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตไม่ได้ยุ่งยากอะไร ขอเพียงแต่ศึกษาวิธีการทำงานให้เข้าใจ และทำให้ถูกต้อง อยู่ในธุรกิจที่ดี ถูกที่ ถูกเวลา

แค่นี้ … เด็กจบใหม่อย่างฉัน ก็สามารถจะมีธุรกิจที่ดี มีรายได้ที่มั่นคงได้ โดยไม่ต้องรองานประจำ เพราะไม่รู้เมื่อไรถึงจะถูกเรียกตัวไปทำ ฉันจะตั้งใจจะช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ช่วยพ่อแม่ส่งน้องๆ อีก 4 คน เรียนให้จบให้ได้ ฉันเชื่อและมั่นใจว่า ธุรกิจนี้สามารถทำความฝันของฉันให้เป็นจริงได้ แน่นอน …

ถ้าฉันรวยเมื่อไร จะมาเล่าชีวิตต่อจากนี้นะค๊า…

อยากรู้จักธูรกิจของฉันไหม ลองเข้าไปดูรายละเอียดสิ เผื่อจะถูกใจที่ www.snaturbysrithai.com

ลดน้ำหนักด้วยตนเองอย่างไรจึงปลอดภัย

สุขภาพและการลดน้ำหนัก 3 Comments »

ลดน้ำหนักด้วยตนเองอย่างไรจึงปลอดภัย

ก่อนอื่นคงต้องสำรวจตนเองก่อนว่าเรารับประทานอาหารอย่างไร โดยพื้นฐานคนปกติจะรับประทานอาหารวันละ 3 มื้อ โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่น้ำหนักเกินมักจะรับประทานอาหารได้เรื่อยๆ ตลอดเวลา หากการรับประทานยังเป็นอยู่อย่างนั้น สิ่งแรกที่ควรปฏิบัติ คือ ควรปรับพฤติกรรมการรับประทาน โดยจำกัดอาหารให้รับประทานเป็นมื้อๆ อย่ากินจุบจิบ น้ำที่ดื่มควรเป็นน้ำเปล่า ไม่ควรดื่มน้ำอัดลม หากลดน้ำอัดลมได้ ในระยะเวลา 2 สัปดาห์น้ำหนักจะหายไป 1-2 กก. ซึ่งจะเห็นผลชัดเจน นอกจากนี้ ยังต้องดูรายละเอียดของอาหารที่เรารับประทานว่าเป็นอาหารในกลุ่มที่ให้พลังงานสูงหรือไม่ เช่น อาหารที่มีไขมันสูง อาหารทอดๆ ทั้งหลาย ของมันๆ เราควรลดปริมาณตรงส่วนนี้  ซึ่งหากเราเคยรับประทานอาหารจำพวกแป้ง เช่น ข้าว 3 ทัพพี ให้ลดลง 2 ทัพพี 1 1/2 ทัพพี และฝึกเคี้ยวให้ช้าลง จะทำให้เรารับประทานอาหารได้น้อยลง สิ่งสำคัญที่ควรปฏิบัติต่อไปก็คือ การออกกำลังกาย และเราควรสังเกตตนเองว่าเป็นคนที่ทำอะไรช้าๆ หรือไม่ เวลาขึ้นบันไดชั้นเดียวใช้ลิฟต์ใช้บันไดเลื่อน เราควรเพิ่มกิจกรรมเหล่านี้ให้เป็นกิจวัตรประจำวันให้เพิ่มมากขึ้น  เมื่อเราใส่ใจทำในลักษณะอย่างนี้ น้ำหนักของเราค่อนข้างคงที่แล้ว ควรใส่ใจชั่งน้ำหนักประเมินดูตนเองเสมอๆ ว่าน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือไม่ โดยปกติน้ำหนักควรจะคงที่จึงจะถือว่าดี เหล่านี้สามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ด้วยตนเองอย่างปลอดภัยการอดอาหารเป็นวิธีที่ถูกต้องหรือไม่

        ทางการแพทย์ไม่แนะนำให้อดอาหาร ควรรับประทานอาหารให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ หากอดอาหารเพียงอย่างเดียว เช่น อดอาหารมื้อเย็น น้ำหนักจะลดลงจริง แต่ว่าจะเกิดผลเสียกับร่างกาย อาจจะมีอาการปวดแสบท้อง เพราะน้ำย่อยจะออกมาเมื่อถึงเวลา และการปฏิบัติตนเช่นนี้จะเป็นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้ แพทย์จะแนะนำให้ค่อยเป็นค่อยไป โดยทั่วๆ ไปแล้วจะให้ลดลงสัปดาห์ละ 1/2 กก. ก็เพียงพอแล้ว แต่ขอให้มีความตั้งใจจริง แล้วค่อยๆ ปรับในเรื่องของโภชนาการไปเรื่อยๆ ค่อยเป็นค่อยไป ใจเย็นๆ อย่าใจร้อน ก็จะประสพผลสำเร็จ หากใจร้อนได้ผลเพียงเดือนแรก แต่ระยะยาวน้ำหนักก็จะกลับคืนมาอีกการลดน้ำหนักที่ปลอดภัยและถูกวิธีทำอย่างไร

        ลดน้ำหนักลงประมาณสัปดาห์ละ 1/2 กก. หรือลดลงจากเดิม 5-10%  ภายใน 6 เดือน น้ำหนักลดในระดับนี้ค่อนข้างปลอดภัย หากทำไปเรื่อยๆ ก็จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราอย่างถาวร และที่สำคัญการลดที่ถูกวิธีนั้น คือ ต้องสำรวจตนเองก่อนว่า น้ำหนักที่เกินเกิดจากโรคภัยไข้เจ็บหรือไม่ หากใช่ก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษา หากไม่ใช่น้ำหนักที่เพิ่มเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคหรือไม่ ข้อนี้เราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและต้องมีความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยน ทั้งนี้ ต้องประเมินตนเองว่า เรารับประทานอาหารแบบไหน รับประทานตลอดเวลา รับประทานตอนกลางคืนมาก มื้อเช้าไม่ค่อยได้รับประทาน หรือรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูงแล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยนในเรื่องของอาหารเป็นมื้อๆ นอกจากนี้ ต้องจัดกิจกรรมของตนเอง หลีกเลี่ยงคำว่า ไม่มีเวลา ต้องสละเวลา แม้ 5-10 นาทีก็ช่วยได้ ขณะนั่งดูทีวีขยับแขนขาไปด้วยก็ได้ เดินออกกำลังกายสัก 10 นาที เป็นการค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบไม่หักโหม แล้วจึงค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น วิธีนี้จะนำไปสู่ความสำเร็จได้ค่อนข้างมาก

        คนที่น้ำหนักเกินโดยเฉพาะวัยรุ่นอย่าเพิ่งเสียใจหรือท้อแท้ หรือมองตนเองด้อยค่าลง เพราะว่าจริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ สิ่งที่ควรปฏิบัติ คือ เราต้องสำรวจอุปนิสัยการรับประทานว่าเป็นอย่างไร แล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยน หากเรามีค่าน้ำหนักคงที่ น้ำหนักก็จะไม่เพิ่มขึ้น โอกาสที่จะมีปัจจัยเสี่ยงก็น้อย อีกด้านหนึ่ง ถ้าเราไม่สามารถที่จะทำให้น้ำหนักของเราลดลง แต่ทำให้ตัวเองมีความแคล่วคล่อง ว่องไว มีกิจวัตรประจำวัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ดูแลสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ถึงแม้รูปร่างน้ำหนักจะมากไปนิด แต่เราก็สามารถเป็นคนที่มีสุขภาพดีได้

ที่มา  http://www.waiza.com/forum/index.php?topic=8977.0

คำทำนายสุขภาพตามราศี

สุขภาพและการลดน้ำหนัก 1 Comment »

คำทำนายสุขภาพตามราศี

สำหรับผู้ชอบคำทำนายสุขภาพตามราศีต่างๆ ลองมาตรวจสุขภาพ ตามราศีเกิดกันดู …..

ราศีเมษ (21 มีนาคม - 19 เมษายน)

อาการปวดศีรษะและโรคไมเกรน เป็นโรคที่ชาวเมษควรระวัง เพราะตามการเดินทางของดวงดาวจะมีอิทธิพลปกคลุมร่างกายส่วนศีรษะทั้งหมด ยิ่งประกอบกับความที่เป็นคนคิดมาก เครียดจัด ไม่ยอมทานอาหารตรงตามเวลา อาการปวดหัวจึงมักจะมาเยี่ยมเยียนอยู่เป็นประจำ โรคหวัดและไซนัสอักเสบ ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพของชาวเมษ จึงควรดื่มน้ำหัวบีต แครอท และชาสมุนไพรคาโมมายล์เป็นประจำ

ราศีพฤษภ (20 เมษายน - 20 พฤษภาคม)

ด้วยความที่เป็นคนทานเก่ง ชอบกินจุบจิบตลอดเวลาทำให้ปัญหาใหญ่เป็นเรื่องรูปร่าง ซึ่งพอคิดจะลดก็มักตบะแตก ไม่เคยสำเร็จสักที เพราะฉะนั้นจึงควรนำความมุ่งมั่น ความดันทุรังที่เป็นนิสัยพื้นฐานประจำตัวมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์กับการ - (แบน) ข้อความผิดระเบียบ - ซึ่งถ้าทำได้เชื่อว่า คาวหน้าส่องกระจกคุณอาจจะตะลึงคิดว่านางฟ้าแปลงกายมาอยู่ตรงหน้า ปัญหาเรื่องคอ เป็นอีกปัญหาสำคัญของชาวพฤษภ ยิ่งเมื่ออยู่ในที่เย็นหรือเกิดอาการเครียดจัดจะปวดเมื่อยตามคอได้ง่าย ซึ่งวิธีแก้คือใช้มือนวดเบาๆใต้ติ่งหู ต่อมไทรอยด์ทำงานไม่ปกติ ก็เป็นอีกโรคที่มักมาก่อกวนชาวราศีนี้ทำให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายทำงานไม่ปกติ ควรทานปลาหรืออาหารที่มีไอโอดีนเยอะๆ

ราศีเมถุน (21พฤษภาคม - 22 มิถุนายน)

ชาวราศีเมถุนมีจุดอ่อนอยู่ที่หลังและไหล่ ทำให้มักเกิดอาการตึงเส้นเอ็นบริเวณข้อมือบ่อยๆ ยิ่งถ้าต้องนั่งทำงานหรืออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ เพราะฉะนั้นจึงควรหาอุปกรณ์เสริม เช่น หาเบาะนิ่มๆมารองข้อมือเวลาใช้คอมพิวเตอร์ หรือเก้าอี้ที่นั่งสบายมีพนักตรงปรับระดับอย่างพอเหมาะกับโต๊ะทำงาน นอนไม่หลับ ถือเป็นโรคที่รุนแรงสำหรับชาวราศีนี้ เพราะไม่ใช่แค่หลับ ๆตื่นๆ แต่จะถึงขั้นตาค้าง สมองทำงานตลอดเวลา จนร่างกายทรุดโทรมอ่อนเพลีย วิธีแก้คือลด ละ เลิก เครื่องดื่มกระตุ้นร่างกายทั้งหลาย โรคหลอดลมอักเสบ หวัดลงปอด หืด ปอดอักเสบ ถุงลมโป่งพองและโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอากาศบริสุทธิ์และการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยสร้างเกราะป้องกันได้

ราศีกรกฎ (23มิถุนายน - 22 กรกฎาคม)

อาการต่างๆ ก่อนมีประจำเดือน ไม่ว่าจะเป็นปวดท้อง อารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดง่าย เป็นโรคที่มักเกิดกับชาวกรกฎ ด้วยสาเหตุที่ดาวเคราะห์ประจำราศีเป็นดวงจันทร์ และร่างกายมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงส่งผลให้หน้าอก เต้านมและต่อมน้ำนมมักเกิดอาการผิดปกติ จึงควรทานวิตามินและอาหารเสริมเป็นประจำ อีกทั้งโรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบและโรคที่เกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร จึงควรใส่ใจในพฤติกรรมการทานให้มาก

ราศีสิงห์ (23กรกฎาคม-22สิงหาคม)

ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อหลังและส่วนต่างๆ ของร่างกาย เนื่องจากนิสัยดื้อรั้น ชอบทำทุกอย่างด้วยตนเอง ไม่ยอมยืดหยุ่น ทำให้ร่างกายเมื่อยล้าและเคล็ดขัดยอกอยู่บ่อยๆ ชาวราศีสิงห์มักมีน้ำหนักตัวมากเกินพอดี เพราะพอเครียดก็มักระบายออกกับมันฝรั่ง ไอศกรีม หรือขนมหวานทั้งหลาย ทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดตีบ ซึ่งหากยังเลิกการทานเพื่อระบายความเครียดไม่ได้ควรเปลี่ยนมาทานผัก ผลไม้ หรือมันฝรั่งทอดปราศจากเกลือและไขมันต่ำแทน

ราศีกันย์ (23สิงหาคม-20กันยายน)

ด้วยความที่เป็นคนร่าเริง ชอบทำกิจกรรม ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ ทำให้โรคต่างไม่ค่อยมารุมเร้ากวนใจคุณมากนัก แต่สำหรับโรคนอนไม่หลับถือเป็นกรณียกเว้น คุณมักจะตื่นกลางดึกแล้วนอนไม่หลับอยู่บ่อยๆ ลองอาบน้ำอุ่นจัดก่อนนอน หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนักหลังสี่โมงเย็น หรือดื่มนมและน้ำผึ้งอุ่นๆ ก่อนนอน

ราศีตุลย์ (21กันยายน-22ตุลาคม)

จากนิสัยที่คุณเป็นคนชอบทานของหวานและอาหารมันๆ เป็นประจำ แต่ไม่ยอมออกกำลังกาย ส่งผลให้ไตทำงานหนักมากกว่าปกติ จึงควรดูแลไตเป็นพิเศษ โดยดื่มน้ำวันละ6-8แก้ว หลีกเลี่ยงอาหารพวกเนื้อ ปลา เป็ด ไก่ แล้วแทนที่ด้วยผักผลไม้สีเขียวและสีเหลือง รับรองถ้าทำตามไตคุณจะยิ้มระรื่นเลยทีเดียว เนื่องจากผิวหนัง และไตของชาวราศีนี้อยู่ใต้อิทธิพลของดาวศุกร์ จึงมักส่งผลให้ไขมันและส่วนเกินที่ถูกขับออกมาจากไตถูกปลดปล่อยทางร่างกายผิวหนังเป็นเหงื่อและสิว การดูแลใบหน้าให้สะอาดจึงเป็นสิ่งที่ชาวตุลควรใส่ใจให้มากเป็นพิเศษ

ราศีพิจิก (23ตุลาคม-22พฤศจิกายน)

ชาวราศีพิจิกมีนิสัยชอบกลั้นการขับถ่ายๆ ไว้นานๆ แถมยังชอบอาหารที่มีไขมันสูงแบบที่เห็นเป็นไม่ได้ต้องวิ่งเข้าหาทันที ทำให้โรคท้องผูกมักมาเยือนบ่อยๆ จนบางครั้งอาจเรื้อรั้งไปถึงริดสีดวงทวาร ทางที่ดีควรปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน และทำระบบขับถ่ายให้เป็นกิจวัตร

ราศีธนู (23พฤศจิกายน-20ธันวาคม)

ด้วยความที่เป็นคนทุ่มเทเต็มที่กับเรื่องกิน เรื่องดื่มเป็นพิเศษ ทำให้ชาวราศีนี้มีโอกาสเป็นโรคตับอักเสบ โรคตับแข็งและโรคพิษสุราเรื้อรังมากกว่าชาวราศีอื่น เพราะฉะนั้นเลิกดื่มซะเถอะ ราศีธนูหมายถึงร่างกายส่วนตับและถุงน้ำดี ทำให้ชาวราศีธนูมีโอกาสเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีสูง ซึ่งโรคนี้มักทำให้คุณเกิดอาการปวดท้องประมาณ 15 นาทีถึง 1 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหารเสร็จ ถ้าอยากให้อาการดีขึ้นลองทานอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรต หรือวิตามินเสริมที่ช่วยให้เกิดการดูดย่อยไขมันได้ดี

ราศีมังกร (21ธันวาคม - 19 มกราคม)

ลักษณะและบุคลิกที่ดูก้าวร้าวของคนราศีนี้ มักส่งผลมาจากลักษณะทางกายภาพของส่วนกระดูกและข้อต่อที่ไม่ค่อยมีความยืดหยุ่น ทำให้เมื่อยิ่งแก่ตัว หรือเริ่มเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของชีวิต จะเป็นโรคเกี่ยวกับข้อต่อและกระดูก ทางที่ดีควรบริโภคแคลเซียม วิตามินดีและออกกำลังกายเป็นประจำ แต่จะให้เจ๋งกว่าควรรีบทำก่อนอายุ 35 ไม่งั้นจะสายเกินแก้ โรคข้ออักเสบ เป็นโรคที่ก่อให้เกิดความอ่อนเพลีย ทรมานและเจ็บปวดมากที่สุดโรคหนึ่งสำหรับชาวราศีมังกร เพราะไม่สามารถรักษาได้โดยตรง ทำได้เพียงให้ยาลดอักเสบและบวมตามข้อเท่านั้น ดังนั้นการเลือกอาหารบริโภค ฝึกโยคะ ทำสมาธิ สร้างจินตนาการจะเป็นตัวช่วยในการบรรเทาปวดอีกวิธีที่ยอดเยี่ยมทีเดียว

ราศีกุมภ์ (20มกราคม - 18 กุมภาพันธ์)

โรคข้อเท้าบวม ข้อเท้าเคล็ด หลอดเลือด (ดำ) ขอด จากทิศทางของดวงดาวทำให้ชาวราศีกุมภ์มักมีอาการบวมที่ข้อเท้า หรือบริเวณต่ำกว่าหัวเข่าลงมา ดังนั้นจึงควรนวดขาทุกวัน ตั้งแต่นิ้วเท้าจนถึงต้นขาด้วยน้ำมันวิตามินอี หรือน้ำมันหอมระเหยมะนาวผสมกับลาเวนเดอร์ เพื่อบริหารให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

ราศีมีน (19 กุมภาพันธ์ - 20 มีนาคม)

ชาวราศีมีนมักมีระบบต่อมน้ำเหลืองทำหน้าที่หลักในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้มีโอกาสเป็นโรคเกี่ยวกับระบบต่อมน้ำเหลือง ได้มาก แต่ทางแก้ไม่ยาก แค่ดื่มน้ำ สมุนไพร ชาและเครื่องดื่มบำรุงร่างกาย จากการที่โหมงานหนัก ชอบคิดมากในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทำให้ชาวราศีมีนจะรู้สึกเหนื่อยอ่อนและเวียนศีรษะอยู่บ่อยๆซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาวะเลือดจางและขาดธาตุเหล็ก แต่เพียงแค่รับประทานอาหารทดแทนธาตุเหล็ก เสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงก็จะบำบัดได้มาก

ที่มา http://www.siamhrm.com/?name=webboard&file=read&max=1230

วัยรุ่น…แต่งหน้าอย่างไรดี..

การแต่งหน้าให้สวย 1 Comment »

วัยรุ่น…แต่งหน้าอย่างไรดี..

วัย รุ่นโดยมากแล้วมักจะเริ่มแต่งหน้าบางๆตั้งแต่อายุ 12-13 เมื่อเริ่มรู้สึกห่วงความสวยความงามของตนเอง ดังนั้นการแต่งหน้าสำหรับวัยรุ่นสิ่งที่ควรคำนึงถึงมากที่สุดคือการแต่งหน้า ให้เป็นธรรมชาติและดูเป็นตัวของตัวเอง ไม่ควรแต่งจนเข้มกลายเป็นงิ้วจนเกินวัย และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีราคามากจนเกินไป ผลิตภัณฑ์ราคาถูกก็สามารถทำให้เราดูดีได้

Foundation

สำหรับ วัยรุ่นแล้วยังไม่จำเป็นมากนัก เพราะนอกจากจะทำให้อุดตันรูขุมขนแล้วก็ยังทำให้ดูโอเวอร์อีกต่างหากน่ะสิ มองข้ามครีมรองพื้นไปเลยและใช้เฉพาะคอนซีลเลอร์เพื่อปกปิดรอยสิว และปัดแป้งฝุ่นเพียงเล็กน้อยให้ทั่วใบหน้า แต่ก็ไม่หมายความว่าน้องๆวัยรุ่นไม่สามารถที่จะใช้รองพื้นได้เลยนะคะ หากต้องการจะใช้ ให้ใช้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นค่ะ และแนะนำให้ใช้เป็นชนิดน้ำ เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด และที่สำคัญที่สุดนะคะ รองพื้นควรจะต้องทำเป็นอย่างแรกก่อนใช้เครื่องสำอางชนิดอื่นๆค่ะ

Concealer

เรา ต้องรู้จักวิธีซ่อนปัญหาของผิวหน้าของเราเสียก่อน โดยเฉพาะสิว ให้ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ทาให้ทั่วใบหน้าและให้ทาซ้ำกับรอยด่างดำและสิว หลังจากนั้นปล่อยให้ซึมลงผิวค่ะ ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อผิวส่วนนั้นจะได้เรียบเนียนและไม่ขรุขระ ให้แต้มคอนซีลเลอร์ลงไปตรงจุดด่างดำและสิวเล็กน้อย ทำอย่างเบาๆและเพียงเล็กน้อยเท่านั้นนะคะ เลือกคอนซีลเลอร์สีที่ไม่ต่างจากผิวหน้าเรามากนัก หรือสีเข้มกว่าใบหน้าเราเล็กน้อย หลังจากนั้นให้ลงแป้ง ทางที่ดีที่สุดควรเป็นสีโทนเหลืองค่ะ และอย่าลืมปัดแป้งที่เป็นคราบที่ติดไปกับคอนซีลเลอร์ด้วยนะคะ ไม่งั้นจะเป็นด่างๆ

Eye Make-up

ทา ตาแค่เพียงบางๆ และไม่ควรใช้สีเมทัลลิคที่กำลังอินเทรนด์อยู่นี่ล่ะค่ะ หรือจะเป็นสีที่มีประกาย เพราะกากจากประกายจะเข้าตาเราได้และทำให้เกิดการระคายเคือง สำหรับอายแชโดว์นั้นไม่จำเป็นว่าต้องเข้ากับสีดวงตาของเรา สำหรับวัยรุ่นไทยควรใช้สีโทนฟ้าและน้ำตาล

หากจะปัดมาสคาร่า ใช้สีดำหรือสีน้ำเงินเข้มจะเหมาะที่สุดกับผมสีดำ และมาสคาร่ากันน้ำก็ไม่จำเป็นต้องใช้หากเราไม่ได้เล่นกีฬาหรือต้องอยู่ใน อากาศที่ร้อนอบอ้าว ถึงแม้ว่ามาสคาร่าชนิดนี้จะติดทนแต่เวลาเช็ดออกก็ยากเหมือนกันค่ะ และสำหรับวัยรุ่นการใช้เครื่องสำอางน้อยชิ้นจะดีกว่าและไม่ต้องกังวลกับ เรื่องน่ารำคาญใจเกี่ยวกับพวกมันอีกด้วย

หากจะใช้อายไลเนอร์ ใช้ชนิดที่เป็นดินสอจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าที่เป็นชนิดน้ำ ควรหัดเขียนขอบตาอย่างระมัดระวัง และมือควรจะนิ่งเพื่อให้ได้เส้นที่ตรง และถ้าทาแล้วสีเข้มเกินไปให้ค่อยๆเช็ดออกด้วยกระดาษทิชชู่ค่ะ

Blush

ชนิด ที่เป็นน้ำและแท่งกำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นเพราะว่าง่ายในการใช้ และเรียบเนียนอีกด้วย สีชมพูและสีส้มพีชเข้าได้กับทุกโทนสีผิว ให้ปัดตรงโหนกแก้มโดยการยิ้มจะทำให้เราเห็นโหนกแก้มชัดเจน และปัดออกไปตามไรผมด้านข้างค่ะ

Lips

ใช้ ลิปกลอสเพื่อให้ได้ริมฝีปากที่เย้ายวน หากต้องการใช้ลิปสติกสี ในเวลากลางคืนลองใช้สีที่อ่อนๆ หากต้องการเพิ่มความมันวาวให้ทาลิปกลอสทับอีกชั้นหนึ่ง และควรมีลิปกลอสติดตัวอยู่เสมอค่ะ การเลือกใช้สีลิปสติกให้เข้ากับการแต่งหน้า ควรเลือกดูในเวลากลางวันที่สว่างๆ และควรลบสีที่คิดว่าเข้มเกินไปออกบ้างนะคะ เพราะวัยรุ่นไม่เหมาะกับสีเข้มๆ และหากเคยมีปัญหาระคายเคืองผิวมาแล้ว ควรระงับการใช้เครื่องสำอางไปสักพักจนกว่าจะพบว่าเกิดจากอะไร และหาทางแก้ปัญหาซะ

For That Look

1. ให้ทาขอบตาบนและล่างด้วยสีเทาหรือสีดำ ด้วยดินสอเขียนขอบตา (หรือใช้อายแชโดว์แทนก็ได้) ให้ขอบตาบนดูหนากว่าขอบตาล่าง และอย่าทำให้เลอะเทอะ เส้นควรเนี๊ยบและคม สำหรับดินสอเขียนขอบตาชนิดน้ำจะใช้ยากกว่าและมือต้องมั่นคงพอสมควร แต่หากคุณทำได้ก็ควรใช้ค่ะ

2. ทาปากด้วนสีชมพูอ่อน ทำให้คุณดูเหมือนเจ้าหญิงยังไงยังงั้น และหากจะใช้ลิปสติกสีชมพู ควรงดการเขียนขอบปากค่ะ เพื่อความสมดุล

หากคุณมีผิวโทนเหลือง และไม่ต้องการจะใช้สีชมพูในการแต่งหน้า ควรลองสีพีชหรือสีเบจในการทาปากแทน

วิธีกรีด อายไลเนอร์

การเขียนอายไลเนอร์นั้น หากเป็นการแต่งหน้าธรรมดา ก็เขียนแต่เพียงขอบตาบนก็พอ เพื่อให้ขอบตาชัดขึ้น ทำให้ดูตากลมโตขี้นค่ะ

* ก่อนอื่นหลับตาข้างที่ต้องการจะเขียน

* สำหรับขอบตาบนค่อย ๆ ลากเส้นอายไลเนอร์จากหัวตา ไม่ต้องติดหัวตามากนะคะ เว้นระยะไว้นิดนึง หรือ ลากมาจากเส้นขอบขนตา มายังหางตา และเขียนให้ติดขนตาให้มากทีสุด

* เมื่อถึงหางตาก็ตวัดอายไลเนอร์ขั้นนิดนึง เพื่อให้หางตาดูสวยขึ้น

* หากมีการเลอะของอายไลเนอร์ ให้ใช้คัดเติลบัชเช็ดอายไลเนอร์ที่เลอะออกได้ค่ะ แต่ต้องเร็วหน่อยนะคะ ก่อนที่อายไลเนอร์จะแห้ง

* เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีดวงตาคู่สวยได้แล้วค่ะ

ทริปเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับสาว ๆ นะคะ สำหรับสาว ๆ ที่มีตาโตอยู่แล้วนั้น กรีดเพียงบาง ๆ ก็พอค่ะ ตาจะดูสวยซึ้งขึ้น แต่สาว ๆ ที่มีดวงดาเล็ก หรือสาวหมวยก็เขียนเป็นเส้นหนาขึ้นได้ค่ะ เพื่อให้ดวงตาดูโตขึ้น

กรีดอายไลเนอร์แบบไหนดี

สำหรับสาว ๆ หลาย ๆ คน คงจะมีปัญหาการกรีดอายไลเนอร์ว่าจะกรีดแบบไหนดี เพราะบางคนอาจจะเบื่อกับการกรีดอายไลเนอร์แบบธรรมดา

วันนี้เลยเอา รูปแบบการแต่งตามาแนะนำกันค่ะ

* อยากให้ดวงตาสวยซึ้ง…ลองกรีดอายไลเนอร์เส้นคม ๆ แล้วตวัดขางตาขึ้นเล็กน้อย แล้วปัดมาสคาร่าที่เพิ่มความยาวของขนตาและความหนาดูซิคะ

* อยากให้ตาดูโฉบเฉี่ยว… ต้องนี่เลยค่ะ ลากอายไลเนอร์ที่หางตาเฉียงขึ้น และกรีดอายไลเนอร์ให้หนาขึ้น หรืออาจใช้อายไลเนอร์สีสันสดใสเพื่อเพิ่มความโฉบเฉี่ยวขึ้นก็ได้ค่ะ

* หากคุณอยากให้ดวงตาดูคมเข้ม ก็ลองกรีดอายไลเนอร์เส้นหนาขึ้นดูซิคะ จะช่วยให้ดวงตาคุณดูเด่นและดูคมเข้มขึ้นได้

* สำหรับขอบตาล่างนั้น อาจเขียนมาซักครึ่งตาเพื่อให้ตาดูสวยขึ้นได้ค่ะ

ที่มา http://www.marhalai.com

“แต่งตามธาตุ” เพื่อเสริมสง่าราศี

การแต่งกาย 1 Comment »

“แต่งตามธาตุ” เพื่อเสริมสง่าราศี

หลายคนให้ความสำคัญกับธาตุเกิดและโชคชะตาราศี เพราะเชื่อว่ามีอำนาจบางอย่างส่งเสริมให้มีความโดดเด่นในเรื่องของการแต่งเนื้อแต่งตัวก็เช่นเดียวกัน คนโบราณมีตำราแต่งกายตามวันเพื่อเสริมมงคล บางตำราว่าด้วยการแต่งกายตามธาตุและราศีเกิด ดิฉันลองหยิบมาฝากท่านผู้อ่านค่ะ

ราศีเมษ (16 มี.ค.-15 เม.ย.)

เป็นราศีของจอมมั่นใจ เป็นนักบุกเบิก เป็นผู้นำ เพราะอิทธิพลของธาตุไฟและดาวอังคาร การแต่งเนื้อแต่งตัวของคนราศีนี้ก็เช่นกันค่ะ มักจะออกแนวหนุ่มมั่นสาวมั่น ดึงดูดและท้าทายสายตาคนโดยไม่รู้สึกกังวล มักมีรสนิยมในการเลือกเสื้อผ้าได้เข้ากับกาลเทศะดี คนราศีเมษนี้ควรเลือกเสื้อผ้าที่เข้ารูป พอดีตัว เน้นรูปร่างที่ดีๆ ของตน นั่นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดูแลเรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกายให้รูปร่างดีควบคู่กันไปด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับบุคลิกของคนประเภทผู้นำ ที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง ก็มักจะนิยมการดูแลตนเองอย่างพิถีพิถันด้วย สีที่เหมาะที่สุดสำหรับชาวราศีเมษคือ สีแดงและสีทอง ซึ่งเป็นสีแห่งอำนาจ

ราศีพฤษภ (16 เม.ย-15 พ.ค.)

เป็นราศีแห่งความอดทน คนที่เกิดในราศีนี้ จะมีน้ำอดน้ำทนเป็นเยี่ยม รูปร่างมักเจ้าเนื้อ อวบอิ่ม ตัวจะใหญ่หน่อย แต่รักสวยรักงาม เพราะอิทธิพลของดาวศุกร์และธาตุดิน ชาวราศีพฤษภต้องแต่งตัวมิดชิด จะให้ลุกขึ้นมาแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ด โฉบเฉี่ยวเตะตาเหมือนราศีเมษนั้นคงไม่ง่าย เขาชอบที่จะดูกลมกลืนไปกับผู้อื่น มีนิสัยชอบทำงานเป็นหมู่คณะ หากได้ทำงานในองค์กรที่มีเครื่องแบบประจำให้สวมใส่ ชาวพฤษภจะพึงพอใจและมีความสุขมาก เพราะรักที่จะแต่งตัวอย่างเรียบง่าย เสื้อผ้าที่เหมาะควรเป็นผ้ายืด หรือชุดที่ดูสบายๆ และดูธรรมชาติที่สุด ควรมีผ้าพันคอหรือผ้าคลุมไหล่สีสดๆ เป็นองค์ประกอบให้ดูเก๋ไก๋ขึ้น ประกอบกับความเป็นขี้หนาว เครื่องประดับควรเป็นสร้อยคอกับจี้สวยๆ ที่ทำจากมรกต ส่วนสีที่เหมาะกับชาวราศีนี้คือ สีน้ำเงิน

ราศีเมถุน (16 พ.ค.-15 มิ.ย.)

เป็นราศีของคนในอิทธิพลของดาวพุธและธาตุลม คนราศีนี้เหมาะแก่การเป็นนักประชาสัมพันธ์ นักสื่อสาร นักข่าว นักประสานงาน นักชี้แจงแถลงไข เป็นคนที่มีความกระตือรือร้นต่อการเรียนรู้ อยากรู้อยากเห็น ชอบการสื่อสารบอกกล่าว ชอบเดินทาง ไม่ชอบอยู่นิ่งจำเจ มีบุคลิกภาพที่สดใส มีเสน่ห์ ร่าเริงเสมอ การแต่งกายมักเปลี่ยนไปตามสมัยนิยม ไม่ชอบสไตล์ที่ซ้ำซากหรือล้าสมัย แต่ชุดที่เหมาะที่สุดสำหรับคนราศีนี้ ควรเป็นแนวเรียบๆ เพราะง่ายต่อการมิกซ์แอนด์แมตช์ หรือตกแต่งดัดแปลงให้ทันกับเทรนด์ใหม่ๆ ไม่เหมาะกับชุดปักเลื่อมแบบโบราณคลาสสิก หรือเสื้อผ้าที่ดูพลิ้ว รุ่มร่าม ควรแต่งกายด้วยเครื่องประดับเรียบๆ และน้อยชิ้น อาจจะเป็นกำไลหรือแหวนก็พอ สีเหลืองสด คือสีเหมาะและส่งเสริมคนราศีนี้เป็นที่สุด

ราศีกรกฎ (16 มิ.ย.-15 ก.ค.)

ธาตุน้ำและพระจันทร์มีอิทธิพลกับคนราศีนี้ อารมณ์จึงอาจขึ้นๆ ลงๆ ไหวไปกับสิ่งเร้ารอบตัวได้ง่าย แต่ก็มักโกรธง่ายหายเร็ว เป็นคนมีหลักการ มีวิญญาณของนักอนุรักษ์ รักสันโดษ อยู่ติดที่ มีอารมณ์โรแมนติก อาชีพข้าราชการ นักการเมือง พนักงานฝ่ายขาย การเงิน และบัญชี ดีกับชาวกรกฎ คนราศีนี้มีบารมีในตัวเอง ควรใส่เสื้อผ้าที่พอดีตัวแต่ไม่เน้นรูปร่าง เพราะเป็นคนที่โครงร่างใหญ่ หรือมีรูปร่างที่ไม่สมส่วน จึงไม่ควรแต่งตัวเน้นรูปร่าง ชุดสูทแบบต่างๆ จึงค่อนข้างเหมาะ และคลี่คลายให้ดูเป็นการเป็นงานน้อยลงได้ด้วย สีประจำราศี คือ สีชมพู หรือสีในโทนอ่อนหวาน เนื้อผ้าที่เหมาะคือเนื้อผ้าที่มีความมันวาว อาจใส่ต่างหูมุกและสร้อยคอเก๋ๆ ด้วย ที่ขาดไม่ได้คือกระเป๋าที่เข้ากับชุด เข้ากับวาระและโอกาส

ราศีสิงห์ (16 ก.ค.-15 ส.ค.)

คนราศีนี้ ตามตำราว่าไว้ว่าเป็นพวกภาคภูมิใจในตัวเอง รักศักดิ์ศรี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มักเป็นพ่อแก่แม่แก่ หรือไม่ก็เป็นศิราณีของเพื่อนๆ เป็นคนที่ดูอบอุ่น มีความเป็นผู้นำและจิตใจเข้มแข็ง ในด้านที่เป็นจุดอ่อน คนราศีนี้หากควบคุมตนเองไม่ดี อาจเจ้ายศเจ้าอย่างหรือไม่ก็เป็นพวกบ้ายอได้ เสื้อผ้าที่ควรสวมใส่ควรใช้ชุดที่เรียบแต่หรู บางโอกาสอาจอวดความอวบอิ่มของเนินอกและเรียวขา เลือกเสื้อผ้าแนวเซ็กซี่ชวนให้หลงใหลใส่บ้างก็เป็นเสน่ห์ สีที่เหมาะคือ สีม่วงเข้ม คนราศีนี้ใช้เครื่องประดับได้ไม่มีจำกัด

ราศีกันย์ (16 ส.ค.-15 ก.ย.)

ชาวราศีกันย์ชอบใช้ความคิด ชอบวิเคราะห์ และเก็บข้อมูล เป็นนักจัดการ นักวางแผน นักบริหาร เก็บความรู้สึกเก่ง ฉลาดใช้เงิน เป็นคนมีสไตล์ มีแบบฉบับ และไม่ยอมวิ่งตามแฟชั่น ดังนั้น เสื้อผ้าที่ใส่ควรเน้นแบบเรียบหรูดูดี ดูเป็นคุณชายหรือคุณนาย ใส่ได้นานไม่ล้าสมัยเร็ว สีที่เหมาะคือ สีดำ กรมท่า น้ำตาลทอง และเขียวขี้ม้า เครื่องประดับที่เหมาะควรเป็นแบบแฮนด์เมด ที่มีการทำขึ้นเพียงชิ้นเดียว

ราศีตุลย์ (16 ก.ย.-15 ต.ค.)

สัญลักษณ์ของราศีตุลย์คือ ตราชั่ง ชาวตุลย์จึงเป็นพวกรักความเป็นธรรม ความยุติธรรม เป็นคนมีเสน่ห์ ใจเย็น มองโลกในแง่ดี และเป็นที่พึ่งทางความรู้สึกของผู้อื่นได้ คนราศีนี้ไม่ค่อยชอบวุ่นวายต่อการเลือกเครื่องแต่งกายมากนัก ยึดเอาความรู้สึกดีๆ เข้ากับสถานที่และโอกาสเป็นสำคัญ จึงเหมาะแก่การแต่งกายเรียบง่าย ยูนิฟอร์ม สูท หรือปรับไปตามเวลาและสถานที่ที่จะไป แต่ควรเลือกแต่งให้ดูกลมกลืนกับคนรอบข้างด้วย สีที่เหมาะกับชาวตุลย์คือ สีม่วงอ่อน สีน้ำเงิน และสีชมพู และควรใส่คู่กับเครื่องประดับที่สีเข้ากับรองเท้า แบบเก๋ๆ และกระเป๋าหนึ่งใบซึ่งไม่จำเป็นต้องแพงนัก

ราศีพิจิก (16 ต.ค.-15 พ.ย.)

เป็นคนที่มีพลังดึงดูดผู้คนสูง มีบุคลิกภาพที่โดดเด่นและมีความลึกซึ้งซับซ้อนของอารมณ์สูง ไม่ง่ายที่จะคาดเดาอารมณ์ของชาวพิจิกจากท่าทีภายนอกของเขา เป็นเจ้าแผนการ มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ดูเป็นคนลึกลับ เจ้าเสน่ห์ เครื่องแต่งกายที่เหมาะต้องดูเลิศหรูและแอบซ่อนความเซ็กซี่เอาไว้เล็กน้อย (อย่ามาก) อาจจะเป็นชุดรัดรูป หรือชุดพอดีตัวที่เน้นสัดส่วนและรูปร่าง แว่นตาเก๋ๆ เป็นเครื่องประดับเสริมราศี และอาจมีผ้าพันคอเพิ่มความสวยเด่น สีที่เหมาะคือสีดำมันวาวและน้ำเงินกระจ่าง

ราศีธนู (16 พ.ย.-15 ธ.ค.)

ชาวราศีธนูมีไฟเป็นธาตุเจ้าเรือน พวกเขาจึงเป็นคนมีไฟ มีความมุ่งมั่นในทุกๆ เรื่อง ไม่ย่อท้อง่าย มีชีวิตโดยมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน มีเมตตา ให้อภัยผู้อื่นเสมอ ชาวธนูจึงต้องการผู้ร่วมงานที่มีพลังประสานกันได้ในทุกๆ เรื่อง และอาจต้องคอยชะลอ หรือยับยั้งความบุ่มบ่ามบางประการของเขา เป็นคนกลัวความโดดเดี่ยว อาจขี้เหงาบ้าง ชอบเข้าสังคม แต่เป็นสังคมที่มีเนื้อหาสาระ เสื้อผ้าที่เหมาะกับชาวธนูควรเป็นเสื้อผ้าที่มีรูปแบบการตัดเย็บง่ายๆ เนื้อผ้าทำจากใยธรรมชาติและไม่รุ่มร่ามกรุยกราย แลดูเป็นศิลปิน มีหัวใจอิสระ สดใสร่าเริง สีม่วง หรือสีเอิร์ทโทนคือสีที่เหมาะ อาจจะมีต่างหู แหวน หรือสร้อยแฮนด์เมดเป็นเครื่องประดับเสริม

ราศีมังกร (16 ธ.ค.-15 ม.ค.)

ชาวราศีมังกรนี้ มีอารมณ์โดดเดี่ยวเป็นอารมณ์ประจำใจ แต่มีความกล้า กล้าเผชิญหน้า ดิ้นรนเก่ง ความโดดเดี่ยวของเขาจึงเป็นโดดเดี่ยวที่ไม่เดียวดาย หนักไปทางขี้กังวลมากกว่า เสื้อผ้าที่จะสวมใส่จึงควรมีสีสันสดใส เนื้อผ้ามีคุณภาพ แบบเรียบ เก๋ สีที่ถูกโฉลกคือ สีเขียว สีทราย และสีน้ำตาล ใส่คู่กับเครื่องประดับประเภทโกเมน และถือกระเป๋าใบใหญ่ๆ จะได้เก็บสมบัติได้ทุกอย่าง จะได้ไม่กังวลว้าวุ่น เมื่อต้องการจะใช้หรือพกพาอะไรไปด้วย

ราศีกุมภ์ (16 ม.ค.-15 ก.พ.)

คนราศีนี้มีนิสัยตรงไปตรงมา เก่งในทางคำนวณ ประมวลเหตุการณ์ เดาใจคนเก่ง ดูภายนอกคล้ายๆ จะเป็นคนเชื่องช้า แต่ว่ารอบคอบและเก่งในการประสานงาน ชาวราศีกุมภ์ควรแต่งตัวแบบสบายๆ ไม่ต้องพิถีพิถัน หรือเป็นทางการตลอดเวลา เสื้อผ้าควรประดับด้วยลูกปัด หรือไม่ก็เป็นเสื้อผ้าที่ทำจากงานฝีมือที่ทำอย่างประณีต สีฟ้าสว่าง คือสีที่เหมาะ ใส่คู่กับเครื่องประดับประเภทเพชรพลอย ทั้งแบบเก่าดีไซน์คลาสสิกและแบบใหม่ดีไซน์เก๋ เช่น ปิ่นปักผม หรือ พวกสร้อยที่ทำจากคริสตัล

ราศีมีน (16 ก.พ.- 15 มี.ค.)

ชาวราศีมีนเป็นพวกใฝ่รู้ มีความใฝ่ฝัน มีจินตนาการสูง และขยันชนิดหาตัวจับยาก สไตล์การแต่งตัวควรแปลกแต่ต้องดูดี เพื่อสนองความชอบที่เหมือนใคร ไม่อยากซ้ำซ้อนกับใคร อาจเป็นเสื้อผ้าที่ตัดเย็บ หรือนำมาดัดแปลงใหม่ และสีที่ถูกโฉลกคือสีเขียวใสเหมือนสีน้ำทะเล (เวอริเดียน) สีม่วงจางและสีคอแรล คือสีที่ประกอบด้วยสีแดงสด สีชมพู และสีขาวกระดูกสัตว์ทะเล เก๋ไม่หยอก เครื่องประดับที่ใส่ควรเป็นสร้อยคอพร้อมจี้รูปทรงแปลกๆ

ทางเลือกประจำราศีเหล่านี้ คงเป็นผู้ช่วยที่ดี ที่แต่ละคนจะใช้ประกอบการแต่งตัวให้เนี้ยบในทุกโอกาสและสถานที่ แถมส่งเสริมชะตาราศีของตัวเองอีกด้วย

ที่มา http://variety.hunsa.com/detail.php?id=1834

เทคนิคการแต่งกายให้ดูดี

การแต่งกาย 1 Comment »

เทคนิคการเลือกซื้อเสื้อผ้าให้คนใส่ดูดี๊..ดี

ผู้คนทั้งหลายมักจะมีความชอบเสื้อผ้าที่แตกต่างกัน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะมีเทคนิคในการคัดเลือกการแต่งกายอย่างไร เพื่อให้รูปแบบ สีของเสื้อผ้าเข้ากับอายุ อาชีพ สีผิว รูปร่างของตนได้อย่างดีหรือไม่ เทคนิคและ ศิลปะในการเลือกซื้อเสื้อผ้าถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้บ่งว่าเสื้อผ้าการแต่งกายของคนๆ หนึ่งเหมาะสมกับตัวเองหรือไม่

การเลือกเสื้อผ้าตามสีผิว

1. คนที่ใบหน้าแดงเปล่งปลั่ง: เหมาะที่จะสวมเสื้อผ้า สีเขียวชาหรือสีเขียวแก่ ไม่เหมาะที่จะสวมใส่เสื้อสีเขียว สด มิฉะนั้นจะดูไม่ทันสมัย

2. คนที่ใบหน้าออกเหลือง: เหมาะที่จะสวมใส่เสื้อ สีน้ำเงินหรือสีฟ้า ไม่เหมาะที่จะสวมเสื้อสีน้ำเงินแก่ สีคราม สีกรมท่า มิฉะนั้นจะทำให้ใบหน้าดูเหลืองมากยิ่งขึ้น  

3. คนที่มีสีหน้าอิดโรยผิดปกติ: เหมาะที่จะสวม เสื้อสีขาว เพื่อให้แลเสมือนสุขภาพดี ไม่เหมาะที่จะสวม เสื้อสีเทา สีม่วง จะทำให้ดูเหมือนอ่อนเพลียยิ่งขึ้น

4. คนที่มีสีผิวขาวเหลือง: เหมาะที่จะสวมเสื้อผ้าโทน สีอบอุ่นแลดูอ่อนโยน เช่น สีชมพู สีส้ม ไม่เหมาะที่จะ สวมเสื้อผ้าสีเขียวและสีเทาอ่อน มิฉะนั้นจะดูเหมือนเป็น คน ขี้โรค

5. คนที่มีสีผิวคล้ำ: เหมาะที่จะสวมเสื้อผ้าสีอ่อน สว่าง เช่น สีเหลืองอ่อน สีชมพูอ่อน สีขาว เป็นต้น ซึ่ง จะสะท้อนความสว่างของสีผิว

6. คนที่มีผิวไม่ละเอียด: เหมาะที่จะสวมเสื้อที่ทำจาก สิ่งทอที่มีหลากสี มีลายนูนเว้าบ้าง (เช่น ผ้าสักหลาดหยาบ เป็นต้น) ไม่เหมาะที่จะสวมเสื้อทำจากสิ่งทอสีอ่อนที่มี ลวดลายประณีต

การเลือกเสื้อผ้าตามรูปร่าง

1. พยายามหลีกเลี่ยงเสื้อที่มีคอเสื้อเหมือนรูปทรง ใบหน้าของคุณ

(1) คนหน้ากลม ต้องไม่เลือกเสื้อคอ กลม ควรเลือกใส่เสื้อคอ V คอแบะหรือคอเปิด

(2) หากเป็นคนหน้าเหลี่ยม ควรเลือกใส่เสื้อคอ V   คอเสื้อ รูปตัว U หรือคอแบะ คอเปิด

(3) หากเป็นคนหน้ายาว ควรเลือกเสื้อคอกลมหรือคอตั้ง       

 2. ควรเลือกเสื้อที่สามารถแก้จุดด้อยของคอ

(1) คนคอสั้นควรเลือกเสื้อคอเปิด คอแบะหรือเสื้อคอต่ำ

(2) คนคอใหญ่ควรเลือกเสื้อที่มีคอแบบจีนคอตั้งหรือคอเสื้อ ที่แคบแต่ลึก และผูกผ้าพันคอ

(3) คนคอยาวควรเลือก คอปกตั้งและผ้าพันคอที่พันชิดกับคอ

3. การเลือกเสื้อผ้าที่ส่งเสริมจุดเด่นหลีกเลี่ยงจุด ด้อยตามสภาพรูปร่างของแต่ละคน

(1) คนหน้าอกใหญ่ ควรเลือกเสื้อคอเปิดหรือคอต่ำหรือเสื้อหลวมที่มีไหล่ กว้าง เพื่อให้เอวดูเล็กลง  

(2)   คนหน้าอกเล็ก ควรเลือก เสื้อที่มีคอเปิดเป็นแนวเล็กยาวและเสื้อลายขวาง

(3) คน เอวสั้น ควรเลือกเสื้อคลุมเอวสูงที่จับจีบ หรือกระโปรง อัดพีท

(4) คนสะโพกแคบ ควรเลือกกางเกงทรงหลวม หรือกางเกงที่จีบด้านบน   กระโปรงจีบแบบหลวม หรือเสื้อแจ๊คเก็ตตัวหลวม

(5) คนสะโพกใหญ่ ควรเลือก กระโปรงหรือกางเกงที่พอดีตัวและมีส่วนโค้งส่วนเว้า เสื้อ หรือเสื้อกล้ามต้องยาวคลุมสะโพก   ถ้าจะให้ดีกระโปรงควรมีกระดุมเล็กๆ เป็นแถวยาวหรือรอยตะเข็บตรงกลาง

(6)   คนที่ขาใหญ่ ควรเลือกกระโปรงที่ขอบเอว กระชับแต่ด้านล่างหลวม กางเกงที่ด้านบนมีรอยจีบหรือ ขาตรงหรือจะเลือกกางเกงขาสั้นหรือกางเกงกระโปรงก็ได้ (7) คนขาสั้น ควรเลือกเสื้อที่เป็นสีเดียวกันหรือเสื้อ เอวลอย

สำหรับสาวอวบๆ

สาว ๆ ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินพิกัดไปนิด ๆ หน่อย ๆ ชอบกลุ่มอกกลุ่มใจกันนักเชียว จะเรื่องอะไรล่ะ ก็เรื่องใส่ชุดอะไรก็ไม่สวยนะสิ เลยทำให้แห่กันไปลดน้ำหนักกันเป็นขนานใหญ่ แต่จริง ๆ แล้ว คุณสาว ๆ เชื่อไหมคะ หนุ่ม ๆ น่ะ เขาไม่ชอบสาวแบนแต๊ดแต๋กันหรอก เขาบอกว่าอวบ ๆ นะ ดูดี ดีเซ็กซี่กว่าเป็นไหน ๆ ยิ่งถ้าสาวอวบคนไหน แต่ตัวได้โดนใจแล้วละก็ รับรองเรตติ้งพุ่งกระฉูด ทีนี้จะเลือกแต่งอย่างไรล่ะ ถึงจะเหมาะและเป็นการเน้นให้ร่วงอวบนั้นดูสวยสมส่วนยิ่งขึ้น มาดูกันเลยค่า

- เสื้อผ้าสีเข้ม จะทำให้ดูผอมเพรียวกว่าเดิม

- ผ้าเนื้อมันจะช่วยเน้นสัดส่วนที่ต้องการจะมิดเม้ม หากไม่อยากให้ไขมันส่วนเกินออกมาปรากฏโฉม ก็ให้หลืกเลี่ยวเสื้อผ้าแบบนี้

- กระโปรงแซคที่เหมาะสม ควรจะเป็นทรงเอ หรือเอไลน์ จะช่วยพรางสะโพกได้

- กระโปรงทรงเอยาวเหนือเข่า จะช่วยพรางความอวบของช่วงขา

- สวมใส่เสื้อผ้าสีเดียวกันทั้งชิ้น ดีหว่าหลากสี

- คาดเข็มขัดเส้นเล็กต่ำๆ ใต้สะโพกจะช่วยหลบพุง

- เสื้อสูตรกับรองเท้าส้นสูงช่วยให้ดูเรียว

- ผ้าเนื้อหนาบอกลาไปซะ กันมาหาผ้าเนื้อบางเบาและทิ้งตัว

- เสื้อผ้าระบายฟูฟ่อง หรือลูกไม้ย้อยระย้า มันจะต้องตาแค่ไหน ก็อย่างไปซื้อมาใส่

- สีโทนพาสเทลหวาน ๆ ก็ไม่เหมาะกับสาวเจ้าเนื้อเหมือนกัน แต่หากอดใจไม่ไหว ให้เลือกใส่ส่วนใดส่วนหนึ่ง อย่างใส่ทั้งชุด

- กางเกงที่มีกระเป๋าเต็มไปหมด ก็ไม่ควรใส่ เพราะจะทำให้ดูตัวพองขึ้นมามากกว่าเดิม

สุดท้ายๆ การเลือกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายยังต้องพิจารณาตามบุคลิกของแต่ละบุคคลด้วยนะ เพราะเครื่องแต่ง กายที่ทันสมัย   นอกจากใช้ประดับตกแต่งได้แล้ว   ยังสะท้อนถึงความมีศิลปะของแต่ละบุคคลด้วย เสื้อผ้าหรือ เครื่องแต่งกายที่ดีก็สามารถที่จะสะท้อนถึงความมีสุนทรียศิลป์เช่นกัน เมื่อมีความลงตัวในการสวมใส่เสื้อผ้าให้ สวยงามทั้งภายในและภายนอก ซึ่งก็ถือว่าคุณเป็นผู้มีศิลปะในการแต่งกาย

ที่มา http://biozen.igetweb.com/index.php?mo=3&art=93950

 

การแต่งหน้าให้สวยด้วยตัวเอง

การแต่งหน้าให้สวย 3 Comments »

เทคนิคการแต่งหน้าครบทุกขั้นตอนที่ทำให้สวยและมั่นใจขึ้นด้วยฝีมือของคุณเอง

ผิวหน้าเปล่งปลั่ง

1. ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ให้สะอาดหมดจด

2. เลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว และควรใช้ครีมบำรุงที่มีสารป้องกันรังสียูวี

3. รอให้ครีมบำรุงผิวที่ทาไว้ซึบซาบสู่ผิวก่อน หากผิวไม่เรียบเนียนให้ใช้รองพื้นช่วยปรับผิวหน้าให้ดูเรียบเนียนและพรางรอยสิว หรือจุดด่งดำบนใบหน้า การใช้รองพื้นควรทาอย่างบางเบา เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ สำหรับคนที่ผิวดีอยู่แล้วอาจไม่ต้องรองพื้นทั่วใบหน้าก็ได้ เลือกทาเฉพาะจุดที่ต้องการปรับสีผิวก็พอ

4. เลือกรองพื้นสีใกล้เคียงกับสีผิว แต้มบริเวณจมูก หน้าผาก คางและพวงแก้มทั้งสองด้าน แล้วเกลี่ยให้กลมกลืนกัน

5. หลังจากรองพื้นแล้ว ทาทับด้วยแป้งฝุ่นที่สีใกล้เคียงกับสีผิว ปัดให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ โดยค่อยๆ กดซับไปจนทั่วใบหน้าอย่างเบามือ

คิ้วสวย

1. การถอนขนคิ้วควรทำหลังจากอาบน้ำอุ่น หรือไม่ก็ใช้ผ้าชุปน้ำอุ่นแตะคิ้วเบาๆ เพื่อให้ขนคิ้วชุ่มและอ่อนตัว แล้วควรพิถีพิถันในการกันคิ้วโดยใช้มีดโกนค่อยๆ กันออกทีละเส้นจากหางคิ้วเข้ามาหาหัวคิ้ว และควรกันเฉพาะบริเวณด้านล่างของคิ้วหรือใต้ท้องคิ้วเท่านั้น อย่ากันด้านบนของคิวออก เพราะจะทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไป

2.ก่อนลงมือกันคิ้ว อาจลองใช้ดินสอเขียนคิ้ววาดเส้นโครงเป็นแนวตั้ง เพื่อให้ได้คิ้วที่สวยงามแล้วจึงลงมือกันขนคิ้วส่วนที่เกินจากโครงเส้นที่วาดไว้

3. การแต่งคิ้วที่บางให้ดูคมเข้มเป็นธรรมชาตินั้น ให้เลือกใช้ดินสอเขียนคิ้วโทนสีที่ใกล้เคียงกับสีผมและสีขนคิ้ว  เขียนที่เส้นขอบฐานล่างของคิ้ว วาดเป็นโครงรูปคิ้ว แล้วใช้พู่กันอันเล็กปลายแบนสำหรับคิ้ม แตะอายแชร์โดว์สีเดียวกันกับดินสอเขียนคิ้วไล้ไปตามรูปคิ้วเบาๆ ปัดซ้ำด้วยมาสคาร่าเจลแบบใส แค่นี้คิ้วของคุณก็ดูได้รูปสวย ทั้งยังดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งโป๊กเหมือนเขียนด้วยดินสอเขียนคิ้วอย่างเดียว

ดวงตาเปล่งประกาย

1. การเขียนเส้นขอบตา ให้ยืดขอบขนตาล่างและบนเป็นแนวให้ขอบตาล่างและบนชนกันที่หางตา การวาดขอบตาให้ทั่ว จะทำให้ดวงตากลมโตขึ้น หลังจากวาดเส้นขอบตาแล้ว ควรใช้พู่กันอันเล็กสำหรับทาตา จิ้มอายแชร์โดว์สีเดียวกับดินสอวาดขอบตา ทาทับเส้นดินสอที่เขียนไว้ จะทำให้ขอบตาดูนุ่มนวล

2. การแต่งตาให้ดูเป็นประกาย มีมิติ ควรเลือกใช้อายแชร์โดว์โทนสีกลางๆ หรือสีน้ำตาลอ่อนทาบริเวณหางตาเข้ามาถึงบริเวณรอยพับตา ส่วนบริเวณเปลือกตาให้ใช้เฉดสีอ่อนลง เช่น ขาวหรือเบจเพื่อให้เป็นไฮไลด์ โดยเกลี่ยให้ทั่วเปลือกตา รวมทั้งบริเวณใต้โหนกคิ้ว และหัวตาจะทำให้ใบหน้าดูสว่างขึ้น

3. ก่อนปัดมาสคาร่าควรดัดขนตาก่อน โดยเริ่มจากเอาที่ดัดขนตา จรดที่โคนตา แล้วค่อยๆ หนีบเบาๆ ค้างไว้ 1-2 วินาทีแล้วง้างที่ดัดขนตาออก เลื่อนไปที่บริเวณตรงกลางของขนตา กดเบาๆ ค้างไว้สักครู่ ส่วนครั้งสุดท้ายดัดส่วนปลายขนตา กดเบาๆ ไม่ต้องค้างไว้ จะช่วยให้ขนตางอนสวย แล้วใช้แปลงหวีขนตาก่อนปัดมาสคาร่า

4. การปัดขนตาด้วยมาสคาร่า ให้ตั้งมาสคาร่าแนวนอนขนานกับขนตา ปัดให้ชิดกับโคนขอบตาบน แล้วช้อนขึ้น แล้วปัดที่ด้านข้างของขนตา ส่วนขนตาล่าง ให้จับมาสคาร่าแนวตั้งแล้วใช้ปลายมาสคาร่าเกลี่ยที่ขนตาเบาๆ

5. ในขณะที่ปัดมาสคาร่า ควรอ้าปากไปด้วย จะช่วยให้ปัดได้แม่นยำขึ้น

ที่มา http://baantomdy.narak.com/topic.php?No=17220

 

 

 

 

WP Theme & Icons by N.Design Studio
Entries RSS Comments RSS เข้าสู่ระบบ